[status] 2014.10.07

13 ต.ค.

สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้
1)คุยเรื่องลิปสติกกับเพื่อนไลบีเรีย นางบอกว่า นางใช้ลิปสติกของ Black Up เป็นลิปสติกแบรนด์ทวีปแอฟริกา ผลิตออกมาภายใต้คอนเซปต์ว่า เพื่อผู้หญิงผิวสี (expert for women of color) คือมันจะมีตั้งแต่พวกรองพื้น บลัชออน มาสคาร่า อายไลนเนอร์ พวกนี้ทั้งหมด แต่ว่าเราสนใจลิปสติก เพราะคิดว่าต้องติดทนนานแน่ๆ เลย เลยบอกเพื่อนไลบีเรียว่า เดี๋ยวชั้นจะนำเข้ามาขายในเมืองไทยดีไหมน้าาาาา (ริจะแข่งกับซีโฟร่าเรอะะะะะะ)

เพจ – https://www.facebook.com/blackupcosmetics

blackup-lips-campaign

2)เพิ่งรู้จากเพื่อนไลบีเรียอีกเช่นกัน ว่าเราสามารถเข้าไปจองหนังสือที่อยู่ในเครือข่ายได้ คือมีหนังสือภาษาไทยเยอะมาก ที่อยากยืมจากห้องสมุด ม.เกียวโต … นับจากนี้ไป ชีวิตตรูจะง่ายขึ้นล่ะ (ถ้าสิ่งที่เพื่อนบอกเป็นความจริง)

3)ซัมเมอร์ได้จบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ (มรึงเพิ่งรู้เรอะะะะะะะ)

[status] 2014.10.08

13 ต.ค.

เรื่องตลกจากเทอมก่อนหน้าคือ คืนก่อนจะบินกลับไทย ไปกินข้าวกับเพื่อน เพื่อนคนที่จะจบก็พาเพื่อนอีกคนมา เป็นคนที่เคยเรียนทึ่นี่ แต่ไปแลกเปลี่ยนที่อื่น ก็เจอกันแค่นั้นแหละ เพราะวันพรุ่งก็ต้องกลับไทย กว่าเราจะบินกลับมา เพื่อนใหม่นั่นก็คงบินกลับประเทศเขาไปแล้ว

ทีนี้เราไล่ๆ ดูรูปเก่าๆ ตอนงานรับปริญญา (คนจบ) และงานเวลคัมปาร์ตี้ (รับเรา) ซึ่งเป็นงานเดียวกัน เราถ่ายภาพน้อยมาก แต่มันดันมีไอ้คนนี้น่ะ ยืนเด่นเป็นสง่าในภาพในคอมเราเลย

คนเรา เมื่อไม่รู้จักก็จะมองไม่เห็น
แต่เมื่อรู้จักแล้ว ก็จะเห็นความเชื่อมโยงมากมายสินะ

[japan] resident / citizen’s duty

13 ต.ค.

Citizen/Resident’s Duty

10696286_10152472517153235_4202853485678529425_n

ขวามือนั้นทั้งล้างทั้งเอามือแงะจุกเปิดออก ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชม. นะคะ บ้านนี้เมืองนี้ควรมีคยทำคลิปฮาวทูล้างและแงะฝาขวด(แก้ว) ให้รวดเร็วนะคะ

เป็นบรรทัดฐานของสังคมที่ทุกคนต้องทำกัน (เท่าเทียมในแง่หน้าที่ แต่ถ้ามีเงินก็จ้างแม่บ้านทำได้ แต่ก็ต้องทำ) พอคิดว่าทุกคนก็ต้องเสียเวลา เสียค่าน้ำ(มาล้างขวด)เหมือนกันกับเรา มันก็เลยโอเคที่จะปฏิบัติ

ล้างขวดเสร็จต้องทาครีมที่มือ (เสียเงินอีก) เป็นพลเมือง/ผู้พักอาศัยในประเทศโลกที่หนึ่ง ได้สาธารณูปโภคดีๆ เยอะ แต่ก็มาพร้อมกับหน้าที่ที่ไม่ทำก็โดนชุมชนเม้าท์ (และเตือน) เช่นกัน

[review] Hormones Season 2

13 ต.ค.

Hormones Season 2

Screen Shot 2014-10-13 at 2.18.27 PM Screen Shot 2014-10-13 at 3.01.30 PM Screen Shot 2014-10-13 at 3.03.05 PM

เหมือนที่มิตรสหายท่านหนึ่งว่าไว้ ฮอร์โมนคือซีรีย์อนุรักษ์นิยมที่นำเสนอประเด็นแรงๆ มาเป็นจุดขายของหนัง มากกว่าจะบอกว่ามันสนับสนุนประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงเหล่านั้น (Queer / LGBT / Pro-choice/ ลัทธิสไปรท์ และอื่นๆ) เพราะสุดท้าย ท่าทีของซีรีย์ ก็กลับไปสู่โลกที่ว่า การตัดสินใจของเด็กวัยรุ่นบางครั้งก็บกพร่อง เมื่อคิดจะออกนอกลู่นอกทาง ความเสียหายบางอย่างจะเกิดขึ้น (ตอน “ไผ่” ชัดเจนมาก) ท้ายที่สุด ฮอร์โมนจึงมีท่าทีประนีประนอมที่ค่อนข้างสูงมาก

ดังนั้น เราจึงพูดไม่ได้เต็มปากว่า ฮอร์โมน นำเสนอประเด็นที่กล้าหาญ แต่ใน EP ที่ดีที่สุดของซีซันนี้ (คือ EP “ออย”) เมื่อตัวซีรีย์กลับมาแตะประเด็นที่เล็กที่สุดมากกว่าประเด็นคอนโทรเวอเชียลอื่นๆ มันกลับเป็นตอนที่ทรงพลังที่สุด เรื่องสามัญเล็กๆ ของ “ออย” ผู้ไร้ตัวตน (เสียเหลือเกิน) เรื่องความอยากมีที่ทาง ความหวังเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กโดดเดี่ยวในโรงเรียนมัธยม (ทำไมชั้นเขียนดูอิน ><)

EP “ไผ่” เป็นอีกตอนที่ทรงพลัง แต่ความทรงพลังอยู่ที่นักแสดงรับเชิญอย่าง “เฟิร์น” กับชีวิตและความฝันของเธอมากกว่า ขณะที่หลายๆ ตอนของซีซันนี้ดู “อะไรของมึง” (อาทิตอน “วิน”) แต่ตอน “ไผ่” บทสนทนาระหว่าง ไผ่กับเฟิร์น มันดูทำให้เราจุกได้สิ้นดี จุกในความหมายที่แปลว่าเจ็บ แต่ดี

EP “ปัจฉิม” หรือตอน 13 เป็นตอนที่เชียร์ขนมปังรัวๆ โอเค…เต้ยกับต้าเหมาะกัน และขอให้พวกเธอโชคดี แต่หลังจากที่พวกเธอทำชีวิตคนอื่นฉิบหายป่นปี้เพราะความโลเลของตัวเองมาขนาดนี้ (กว่าจะรู้ใจตัวเองมรึงช้ามากนังเต้ย มึงไม่ควรเอ็นท์ติดใดๆ ทั้งปวง นังสมองช้า!) พวกเธอก็ไม่ควรมาหวังอย่างงี่เง่าโลกสวยว่าคนอื่นควรให้อภัยพวกเธอในเร็ววัน ฉากเต้ยเอาการ์ดไปให้ขนมปัง …อิเต้ย มรึงทำเพื่อความสบายใจของตัวเองล้วนๆ เว้ยเฮ้ย มรึงไม่ได้ห่วงอะไรจิตใจน้องเขาเลย อินางฟ้า! … ประเด็น “เต้ย” กับ “ขนมปัง” เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่าใครรู้สึกกับสองคนนี้ยังไง เพราะฟีดนิวส์เราตั้งแต่ตอนที่ทะเลแล้ว แตกแยกออกเป็นหลายสาย นี่นับแค่ความเห็นของผู้หญิงล้วนๆ ไม่นับผู้ชาย (เพราะผู้ชายย่อมเชียร์อิเต้ย!) คือบางคนก็นิยามขนมปังว่า “แรดเงียบ” ขณะเดียวกัน คำนิยามนี้ก็ถูกใช้กับ “เต้ย” ด้วยเช่นกัน …ซึ่งนับว่าน่าสนใจดีที่จะคอยไล่อ่าน ว่าเพื่อนๆ เรารู้สึกกับสองคนนี้ยังไง

ยังไงก็แล้วแต่ ฉากขนมปังยืนขวางกั้นกางทำลายความโรแมนติกระหว่างเต้ยกับต้า เป็นฉากที่ชอบที่สุด และรีดูซ้ำที่สุด (จิตด้านมืดเริ่มทำงาน) พอรีดูซ้ำก็จะเริ่มกลัวตัวเอง 555 มันเหมือนสะท้อนว่า เราเชื่อเรื่องการให้อภัย แต่เราก็เชื่อเรื่องที่ว่า การตอบโต้เป็นสิ่งจำเป็น เรายังแอบคิดเลยว่า มันควรมีสักคน ทำให้ต้าเต้ยรู้สึกสำนึกได้บ้างว่า …มรึงได้ทำร้ายจิตใจคนอื่นอย่างตาใสกันขนาดไหน ในนามของความสับสนนี่ ‪#‎เริ่มอิน‬

ด้วยเหตุนี้ เราจึงประกาศตนอยู่ทีมขนมปังนั่นแล ‪#‎สุดท้ายเธอก็ได้แฟนหล่อที่ชั้นเล็งไว้ตลอดทั้งเรื่อง‬ ‪#‎น้องนักร้องนำำำำำำ‬ ‪#‎เขิน‬ #ส่วนออยเอ็นท์ให้ติดออกมาทำงานได้เงินเยอะๆแล้วหนูค่อยซื้ออาร์มานี่ซิลค์อิลูมิเนชั่นฟาวเดชั่นมาใช้นะลูก ‪#‎อ้าวไม่เกี่ยวเหรอ‬

[status] ผู้คนมีคำตัดสินของเขาและเรา ก็แค่มีเรื่องราวของเรา

24 ก.ย.

เมื่อราวสองเดือนก่อน พี่น้องและผองเพื่อนจำนวนหนึ่งต่างพูดถึงหนังเรื่อง Begin Again

ฉันไม่เคยดูหนังเรื่องนี้หรอก (แม้จะหลงใหลเพลงประกอบสุดใจ ขนาดเปิดฟังเกือบเดือนตอนที่เดิน 1 ชม. ไป-กลับระหว่างบ้านพักและคณะ) แต่ชื่อของหนัง แทนที่จะทำให้ฉันรู้สึกถึงเรื่องราวความรักในวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน ฉันกลับคิดถึง

ชีวิตของพ่อ

พ่อของฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆ ในวัย 55 ปี, วัยที่หลายคนคงจะถอดใจไปแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง วัยที่เรามักคิดว่า “มันจบสิ้นแล้ว” ที่จะเปลี่ยน label ที่ติดอยู่ในชีวิตเรา

วัยที่เหลือเชื่อ ว่าชีวิตเราจะ Begin Again ได้

บทความเต็มฉบับนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารเวย์ (ขอบคุณ บ.ก.ตุ่น และคุณเพื่อนปอม) ตั้งแต่ต้นปี 2557 แต่มันใช้เวลานานมากสำหรับฉัน กว่าที่จะกล้าโพสมันเต็มๆ ออนไลน์ ในบล็อกของตัวเอง

รวมถึงที่นี่

เพราะทุกครั้งที่ฉันย้อนอ่านมัน ฉันมักรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ และฉันไม่รู้ว่าผู้คนจะตัดสินมันอย่างไร

31 ธันวาคม 2556, วันสิ้นปี ที่เกสต์เฮ้าส์แนวฮิปสเตอร์แห่งหนึ่งย่านฮงแด กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

ฉันนั่งทานมื้อสายในห้องอาหาร และได้เจอลิซเบธ ผู้หญิงวัยกลางสี่สิบ ชาวสวีเดน เราเจอกันหนที่สอง,ในห้องอาหารห้องเดิมนี่แหละ, แต่วันนี้เรามีเวลาคุยกันเหยียดยาว

แล้วเราก็เล่าถึงเรื่องราวของพ่อตัวเอง

.

.

.

รวมถึงเรื่องราวของแม่ด้วย

ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวชีวิตของคนอื่น มันเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะตัดสิน

แต่บทสนทนากับลิซเบธในเช้าวันสิ้นปีวันนั้น เป็นหนึ่งในบทสนทนาที่ดีที่สุดบทหนึ่งในชีวิต

การแชร์เรื่องราวส่วนตัว ไม่ได้แย่เสมอไป

ผู้คนมีคำตัดสินของเขา

และเรา ก็แค่มีเรื่องราวของเรา

ก็เท่านั้น

[status] 2014.09.23

23 ก.ย.

จากข่าวนี้ “พาณิชย์เผยนโยบาย ‘จ้างชาวนาเลิกปลูกข้าว'”

เลยมีความเห็นดังนี้

เหมือนเห็นโมเดลของญี่ปุ่นกลายๆ

ความน่าสนใจของเรื่องนโยบายต่อเกษตรกร (โดยเฉพาะชาวนาข้าว) ของรัฐไทยกับญี่ปุ่น ก็คือมันมีสภาพที่ดูสวนทางกัน รวมทั้งสิ่งที่ชนชั้นกลางญี่ปุ่นเรียกร้องกับสิ่งที่ชนชั้นกลางไทยเรียกร้อง ในแง่นโยบายและแผนการเกษตรที่อยากเห็น ก็สวนทางกัน (แน่ล่ะ ด้วยประวัติศาสตร์อ่อนไหวที่ต่างกัน)

อย่างสั้นๆ (เท่าที่เคยอ่านผ่านและสัมภาษณ์คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่)
1)การจ้างชาวนาเลิกปลูกข้าว หรือจ่ายเงินชดเชยเพื่อให้ชาวนาเอาที่ดินไปทำอย่างอื่น เป็นสิ่งที่ รบ ญี่ปุ่นทำมาตั้งแต่ยุค 60(ถ้าจำไม่ผิด) หรืออย่างช้าก็ 70 ไม่ใช่สิ่งใหม่ด้วย อเมริกากับยุโรปก็ทำ แต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ มีงานวิจัยชี้ว่าภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “อุดหนุน” เงินในส่วนจ้างให้เอาที่ดินไปทำอย่างอื่นสูงกว่าเงินอุดหนุนชาวนารูปแบบอื่น (ชาวนา ญป ได้เงินอุดหนุนหลายแบบ)

และนายกอาเบะกำลังคิดจะยกเลิกไอ้เงินจ้างเลิกทำนาแล้ว (เพราะ ญป ยุคนี้กำลังสับสน/แต่ก็อยากเปิดเสรีการเกษตร)

2)ก่อน WW 2 ญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่อง landlord (เกี่ยวพันกับอำนาจรัฐด้วย) ทำให้พอแพ้สงคราม เลยมีการทำ land reform เกิดชาวนารายย่อยจำนวนมาก สังคมเศรษฐกิจของ ญป ก็เลยเต็มไปด้วยชาวนารายย่อย คือทุนใหญ่จะรุกคืบนี่เรียกได้ว่า สังคมจะตั้งคำถาม (เพราะมันจะทำให้หวนคิดถึงสังคม landlord ยุคที่ก่อปัญหา) agribusiness ญป เลยมีทุนใหญ่มาเล่นน้อย กม ก็ไม่เปิดช่อง แต่ช่วงไม่นานมานี้ มีกระแสสังคมเรียกร้อง โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ ให้รัฐแก้ กม ที่ดิน ให้ทุนใหญ่เข้าไปทำธุรกิจได้ คนรุ่นใหม่ ญป เชื่อว่าทุนใหญ่จะผลิต/จัดการพืชผลได้มีประสิทธิภาพกว่า และ รบ จะได้ลดการอุดหนุนลง ข้าวแจปอนนิก้าราคาถูกลง แข่งขันในตลาดเสรีได้ ผู้บริโภคได้ประโยชน์

ขณะที่สังคมไทย คนนอกที่ไม่ได้อยู่ในวงจรปลูก/ขายข้าว ยังสับสนอยู่เลย ว่าอยากให้ทุนใหญ่มา (ถ้าเขาใช้ยา/ผูกขาดเมล็ดพันธุ์/จีเอ็มโอล่ะ) หรืออยากให้ชาวนารายย่อยยังแข่งขันในตลาดโลกได้ด้วย (ชาวนาที่มีที่นาต่ำกว่า 30ไร่) (แต่อาจหมายถึงรัฐก็ต้องมีนโยบายมาอำนวยความสะดวก)

คือมันต้องตอบให้ได้ว่าสังคมไทยอยากได้แบบไหนด้วย หรือจะผสานกัน ก็ต้องมาออกแบบ กม อันนี้ก็ต้องช่วยกันดูอีก

อีกประเด็นคือ เทคโนโลยีการจัดสรรน้ำ ทำไมอิสราเอลทำได้นานแล้ว (หรือเขาทำแต่บางพื้นที่ อันนี้ไม่รู้) แต่นักวิทย์ไทยทำไม่ได้ เราส่งคนไปเรียนเมืองนอกไม่น้อย ม.ดังๆ ระดับโลกทำไมอุปสรรคเรื่องการจัดสรรน้ำไปพื้นที่แห้งแล้ง (อิสาน เป็นต้น) ยังไม่เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเลย

เป็นต้น (อันนี้เป็นข้อสังเกต ที่อาจผิด ก็แก้ไขได้นะ)

[status] 2014.09.18

18 ก.ย.

ตื่นเช้ามาเพื่อพบข่าวว่าป้าที่เคยอยู่บ้านข้างๆ กัน (บ้านหลังตอนเราเป็นเด็ก) ตายแล้ว พอย้ายบ้าน ไม่ได้อยู่บ้านหลังติดกัน เราก็คิดหน้าปัจจุบันของแกไม่ออก คิดได้แต่หน้าตาตอนที่เราเคยเห็นเมื่อตอนเป็นเด็ก

บ้านที่โตเกียวของเราอยู่ตรงข้ามสุสาน เกือบทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เราจะเห็นครอบครัวต่างๆ ขับรถมาจอดตรงลานจอดรถข้างบ้าน (เรา) แล้วเดินข้ามฝั่งไปเคารพหลุมฝังศพฝั่งตรงข้ามเสมอ แต่แปลกที่เรากลับไม่ค่อย “สำนึก” ถึงความตายเวลาที่อยู่โตเกียว มากเท่าเวลาที่เรากลับมาอยู่บ้าน

ถ้าอยู่บ้าน เราจะได้เสียงธรณีกันแสงดังไม่เคยต่ำกว่าเดือนละสองหน ผู้คนที่เราเคยคลุกคลีด้วยตอนเป็นเด็ก ผู้คนที่เราเคยรู้จัก ค่อยๆ กลายเป็นความทรงจำไปทีละราย

“แม่แก่ขึ้นมากนะ” เราพูดกับพี่ชายในวันหนึ่ง เพียงสี่เดือนนับจากปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมที่เราไม่อยู่บ้าน เรารู้สึกถึงริ้วรอยบนใบหน้าที่มากขึ้นของแม่ เส้นผมที่เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ชีวิตที่ขับเคลื่อนไป

ในวัยอย่างนี้ เราชอบไปงานศพมากกว่างานแต่ง งานศพทำให้เราบอบบางขึ้น, ใช่ มันไม่ได้ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นหรอก เราไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ใช่วันเดอร์วูแมน แต่งานศพมันก็ทำให้เรายิ่งรู้ตัวว่าเราบอบบางแค่ไหน ขณะที่คนอื่นก็บอบบางไม่ต่างจากเรา

ส่วนเรื่องที่ว่าเราควรจะรับมือกับความบอบบางของตัวเองและคนอื่นแบบไหน นั่นเป็นโจทย์เฉพาะบุคคลที่ต้องเลือกหนทางจัดการ — และรับผิดชอบผลของมัน — กันเอาเอง

Come Visit Khaowong

a small and peaceful district named Khaowong

mekongpeacejourney

Just another WordPress.com site

Soraj's Weblog

Posts, mostly about Buddhism

Paint dayouth

Meet young spirits who swing Thai indie culture

The Style Voyager

Hong Kong Fashion and Lifestyle Blog.

Mostly Bright Ideas

Some of these thoughts may make sense. But don't count on it.

Coffee Shop Chronicles

Life and Times of a Barista

when angels become rebellious

JAEJOONG+YUCHUN+JUNSU+ things

Mighty Girl

Famous Among Dozens

Another WORD is Possible

Words & Fotos ON / All rights reserved © Lee Yu Kyung 2014

Matt on Not-WordPress

Stuff and things.

JEDIYUTH

May the Movie Force Be With You

Pefinance's Blog

Blog ของคนใช้เงินเก่ง ^_^

10,000 li of Life

Investment : Journey of Life : China : ภาพทริปอู่ไถซาน มณฑลซานซี

The Middlest Sister

There are 5 sisters. She's the middlest.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 29 other followers