หนังสือแห่งโชคชะตา..ที่เปิดมาตรงกลางเล่ม

 

เอากลอน ของชาวบ้านมาฝาก…

แบบว่าชอบมาก.. แต่เพิ่งหาเจอว่าเก็บไว้ไหน

จริง ๆ วันนี้กะว่าจะไม่เขียนเรื่องประมาณนี้แล้ว..เพราะกลัวดูเป็นสาวหวานไป

..เอ่อ..ฉันไม่หวานหรอกค่ะ.. แต่โรแมนติกเป็นบ้า (แปลอีกอย่างได้ว่า โรแมนติกจนเป็นบ้าไปแล้ว) นี่ใช่เลย

..คัดมาจากของ คุณปราย พันแสง (ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วโน้น)

But every beginning

is only a continuation

and the book of fate

is always open in the middle

Poem “Love at First Sight”

by  Wislawa Szymborska

(she wrote in Polish but I don’t know who translated this— sorry for that)

รักแรกพบ

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวตลก ๆ เกี่ยวกับ “รักแรกพบ” ที่บอกว่า
มันเป็นความรักที่สิ้นเปลืองเวลาน้อยกว่าความรักทุกประเภท
แน่นอน—ในแง่ของ “เวลา”รักแรกพบย่อมเป็นเช่นนั้น
คู่รักที่เคยผ่านพบ “รักแรกพบ” ย่อมเห็นพ้องต้องกันว่า
สิ่งที่ผูกมัดให้ต่างฝ่ายต่างตรึงตรา
คือความรู้สึกลุ่มหลงปรารถนาพึงใจกันแบบเฉียบพลัน
พวกเขาคิดว่าตัวเองไม่เคยพบกัน ไม่เคยมีสัมพันธ์ จวบจนกระทั่งวันนี้

วิสลาวา ซิมโบร์สกา เขียนบทกวีบทนี้ขึ้นมาเพื่อตั้งคำถามกับคู่รักที่เชื่อมั่นใน “รักแรกพบ”
ว่าเหตุใดถนนสายนี้, บันไดนี้, ทางเดินเล็ก ๆ นี้
จะไม่เคยเป็นสถานที่ให้พวกเขาได้พบเจอกันมาก่อนบ้างหรือไร
ไยคู่รักแรกพบเหล่านั้น จึงปักใจเชื่อมั่นนัก
ว่าเพียงพบเจอกันเพียงครั้งแรกครั้งเดียว
พวกเขาก็รักกันได้

ถ้าคู่รักเหล่านี้ยังจดจำได้
บางทีก่อนหน้านี้
พวกเขาอาจจะเคยประจันหน้ากันตรงบานประตูในสักวันหนึ่ง
บางทีอาจจะเคยเอ่ยคำขอโทษขอโพยต่อกันท่ามกลางฝูงชน
หรืออาจจะเป็นคนที่เคยพูดคุยกันทางหมายเลขโทรศัพท์ที่กดผิด

แต่ไม่หรอก พวกเขาไม่มีทางจำได้

มันน่าประหลาดใจเพียงใด
หากพวกเขาเคยพบเจอกันมาก่อนแล้วในก่อนหน้านี้
แล้วโชคชะตาเพียงเล่นสนุก
ด้วยการชักพาให้พวกเขาได้มาอยู่ใกล้กัน
แต่ยังไม่ยอมให้อยู่ใกล้กันได้มากกว่านั้น
แต่แล้วก็แยกพวกเขาออกจากกัน
พรหมลิขิตปิดปากหัวเราะ แล้วกระโดดหนีไปอีกทางหนึ่ง
ปล่อยให้บทเพลงฟ้าขับขาน
ส่งสัญญาณที่ไม่มีใครถอดรหัสความหมายได้สำเร็จ

กระทั่งสามปีผ่านไป
บางทีอาจจะเป็นวันอังคารนี้เอง ที่ใบไม้ใบนี้ปลิวร่อนจากบ่าไหล่ใครคนหนึ่ง
สู่บ่าไหล่ของใครอีกคน
บางสิ่งที่สูญหาย ได้เก็บกองรวมกันไว้แล้วในที่หนึ่ง
ใครจะรู้ได้ว่า
บางทีมันอาจจะเป็นตรงพุ่มไม้ ที่ซึ่งลูกบอลได้หายสาบสูญไปสมัยที่ยังเป็นเด็ก

เขาทั้งสองอาจจะเคยจับลูกบิดประตูและสั่นกระดิ่งอันเดียวกัน
บางทีกระเป๋าเดินทางของเธอ-เขาคู่นั้น อาจจะเคยวางอยู่ติดกันตรงทางออก
บางทีในบางค่ำคืน พวกเขาอาจจะเคยมีความฝันเดียวกัน
หากพลันลืมเลือนฝันนั้นไปหมดสิ้น เมื่อลืมตาตื่นเคลื่อนไหว
มันจึงน่าประหลาดใจเพียงใด
หากความจริงแล้ว พวกเขาได้พบเจอกันแล้วในก่อนหน้านี้

ทุกการเริ่มต้น จึงเป็นเพียงบทตอนหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีบทอื่นติดตามมา
หนังสือแห่งพรหมลิขิตหรือโชคชะตา
มักเปิดขึ้นมาตรงกลางเล่ม– เสมอ

—————————-

สมัยเรียนปี 4 ฉันกับเพื่อนรักเปิดเจอข้อเขียนบทนี้ในหนังสือพิมพ์มติชนค่ะ..พวกเราชอบกันมากก็เลยถ่ายเอกสารเก็บไว้

จริง ๆ ฉันไม่เคยมี “รักแรกพบ” กับใครหรอกค่ะ

.. แต่บ่อยครั้งทีเดียวที่ฉันรู้สึกว่า…

ฉัน..เธอ…เรา..และ หลายคนบนโลกใบนี้คงจะเคยเจอกันมาก่อน, โทรศัพท์ผิดหากัน, หรือมีฝันและมองฟ้าเดียวกันมาก่อน

หรืออย่างน้อยก็เคยดูหนังเรื่องเดียวกันแล้วร้องไห้อย่างกะพรุ่งนี้โลกจะแตก

คุณเคยดูเรื่อง  “เถียนมีมี่” มั้ยคะ?

ชื่อภาษาอังกฤษคือ Comrades, almost a love story

ฉันชอบตอนจบของมันมากที่บอกพวกเราว่า..

จริง ๆ แล้วสองคนนี้เคยเจอกันมาก่อน..แต่เป็นในวันที่ฟ้าไม่อยากให้จำกันได้…

 


  

 

เมื่อลงจากรถไฟสายนั้นแล้ว
ผู้หญิงจึงเลี้ยวไปทางซ้าย..ขณะที่ผู้ชายเลี้ยวไปทางขวา…
ดูสิช่างสัมพันธ์กับเรื่อง Turn left Turn Right เสียนี่กระไร..
วันนี้ฉันเลี้ยวซ้าย..และเธอเลี้ยวไปทางขวา..แต่วันหนึ่งข้างหน้า..โลกจะหมุนมาให้เราพบกัน… “แม้นวาสนามี..อยู่ไกลพันลี้ก็เจอได้
ไร้วาสนา… อยู่ตรงหน้าก็แลหาไม่เห็น”

(ในวงเล็บว่า … วาสนา + ความพยายาม = เราคงเจอกันได้สักวัน)

แด่ทุกความสัมพันธ์ของคนบนโลกค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s