The Descendants – เรื่องเบาๆ ที่เราขอฟูมฟาย (บ้าง)

รูปภาพ

เมื่อวานนี้ฉันโดดงานตอนบ่ายแก่ๆ เพื่อไปดูหนังเรื่องหนึ่ง ณ ย่านสยามสแควร์ ใจกลาง กทม. เมืองเทวดา ^^

หนังเรื่องนั้นชื่อ The Descendants ฉายรอบ 16.20 น. โรงภาพยนตร์ลิโด้ 2 จริงๆ หนังยังมีรอบฉายรอบอื่นอีก เช่นรอบที่ดึกกว่านั้นอย่าง 20.30 น. แต่หญิงสาวอย่างฉันไม่ควรดูหนังรอบดึกอย่างโดดเดี่ยว มันอันตรายเกินไป (กับใคร?) การโดดงานดูหนังรอบ 16.20 น. จึงเป็นความชอบธรรมอันสมควรของสาวโสดแสนสวย (เรอะ?) เป็นอย่างยิ่ง

The Descendants เป็นงานกำกับของ อเล็กซานเดอร์ เพย์น ผู้กำกับที่ฉันชื่นชอบตั้งแต่ได้ดูหนังเรื่อง Sideways (ว่าด้วยการเดินทางค้นหาตัวตนของผู้ชายวัยกลางคน 2 คน โดยคนหนึ่งในนั้นกำลังจะแต่งงาน ส่วนอีกคนเป็นอาจารย์มัธยมที่อยากเป็นนักเขียน) หนังของเพนย์มักเล่าเรื่องของคนตัวเล็กๆ ที่กำลังเผชิญวิกฤตบางอย่าง วิกฤตบางเรื่องอาจเป็นเรื่องน่าเบ้ปากใส่ เช่น วิกฤตวัยกลางคนของพวกชนชั้นกลาง (โห…แต่นั่นเป็นปัญหาโลกแตกเลยนะ!!!) เป็นต้น

ในส่วนของเรื่องย่อ The Descendants นั้น ขอยกเอาที่เว็บไซต์ siamzone ได้เขียนถึงมาไว้ดังนี้แล้วกัน เพราะอ่านง่าย เข้าใจได้ครบถ้วนกระบวนความหนังดี ^^

หนัง เล่าถึง “เรื่องราวการเดินทางที่คาดเดาไม่ได้ของครอบครัวอเมริกันที่ต้องเผชิญการ ตัดสินใจครั้งสำคัญ แมตต์ คิง (จอร์จ คลูนีย์) คือสามีและคุณพ่อของลูกสาวสองคนที่ต้องกลับไปสำรวจอดีต และตามหาเส้นทางอนาคตของตนเอง หลังจากภรรยาของเขาประสบอุบัติเหตุทางเรือที่ไวกิกิ ในฮาวาย เขาพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกสาวทั้งสองให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งกับอเล็กซานดรา (เชลลีน วูดลีย์) ลูกสาวคนโตวัย 17 ปีจอมขบถ และสก็อตตี (อมารา มิลเลอร์) วัย 10 ขวบ จอมแก่แดด

ขณะเดียวกันแมตต์ก็ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากว่าจะขายที่ดินของครอบครัว ดีหรือไม่ ซึ่งที่ดินที่ว่านี้ตกทอดมาจากราชวงศ์ฮาวายและมิชชันนารี และเป็นที่ดินริมชายหาดผืนสุดท้ายของเกาะที่ปราศจากมลทิน ที่สำคัญมันมีมูลค่ามหาศาล

เมื่ออเล็กซานดราบอกว่าตอนที่เกิดอุบัติเหตุ คุณแม่ของเธอกำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่น แมตต์ต้องหันกลับมาพิจารณาชีวิตของเขาใหม่ รวมทั้งทรัพย์สินทั้งหมดของเขาด้วย ในช่วงสัปดาห์แห่งการตัดสินใจ เขาออกเดินทางตามหาชู้รักของภรรยาอย่างไร้จุดหมายโดยกระเตงลูกสาวทั้งสองคน ไปด้วย ระหว่างทางสิ่งที่เขาพบเจอมีทั้งปัญหา เรื่องตลก และเรื่องเหลือเชื่อ ที่ทำให้เขาได้สร้างชีวิตและครอบครัวใหม่อีกครั้ง”

(จาก http://www.siamzone.com/movie/m/6322/synopsis)

 

 

อันที่จริงหนังเรื่องนี้ (และเกือบทุกเรือง) ของเพย์น เล่าเรื่องด้วยท่าที “เบาเบา” หนังพูดถึงประเด็นเรื่องการจบสิ้นของบางสิ่ง และการเริ่มต้นบางอย่าง มีคนตายในเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ยกระดับการตายนั้นให้เป็น “ดราม่าฟูมฟาย” ซึ่งประเด็นที่หนังไม่ได้มีท่าทีฟูมฟายนั่นแหละ ที่ยิ่งทำให้คนได้ดูอย่างเราต้องร้องไห้ฟูมฟาย … ก็นี่มันคือหนังครอบครัว ที่พูดถึงคนในครอบครัวที่กำลังจะจากไปนะ และในชีวิตของคนเราไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการที่คนในครอบครัวต้องตายจากไป หรอก

หนังของเพย์นไม่ใช่หนังที่ยิ่งใหญ่ แต่เราว่าประเด็นของหนังเป็นประเด็นที่มนุษย์เกือบทุกคนเชื่อมโยงได้ … คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าหากรู้ว่าอีกไม่กี่วันคนในครอบครัวของคุณต้องตายจากไป? … ประเด็นการจบสิ้นเป็นประเด็นที่เราทุกคนเชื่อมโยงได้เสมอ เพราะว่ากันตามตรงแล้ว ไม่เคยมีใครไม่พบเจอการจบสิ้น … ไม่ว่าการจบสิ้นนั้นจะหมายถึง การจบมหาวิทยาลัย…การจบสิ้นความสัมพันธ์กับใคร…การ unfriend กับใครในเฟซบุ๊คเพราะเห็นต่างเรื่องการเมือง…การจบสิ้นศรัทธา…ไปจนถึงการจบ สิ้นชีวิต (ของเราหรือคนที่เรารัก)

การได้ดูหนังเรื่องนี้ในช่วงวัยต้น 30 ปี ที่กำลังตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่บ้านนอก (ต่างจังหวัด) ละทิ้งอาชีพการงานที่ทำมาเกือบ 10 ปี เพื่อกลับไปดูแลพ่อแม่ด้วยส่วนหนึ่ง และอีกในทางหนึ่งก็เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับสิ่งที่วางแผนไว้ (คือเขียนหนังสือและเตรียมเรียนต่อต่างประเทศในอีก 1 ปีข้างหน้า) ทำให้มีหลายจุดที่ค่อนข้างเข้าใจหนังเรื่องนี้

เข้าใจถึงการ “จบสิ้น” ของบางสิ่ง และการ “เริ่มต้น” บางอย่าง (ที่ก็ไม่รู้ว่าจะร้ายหรือดี แต่มันคงต้องเริ่ม)

ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง แมตต์ คิง เพิ่งค้นพบว่าภรรยาของเขามีชู้ เป็นการค้นพบในช่วงเวลาที่ภรรยานอนนิ่งไม่ไหวติง และไม่มีโอกาสลุกมาแก้ตัวหรือแถลงไขอะไรอีกแล้วนั้น ถือเป็นประเด็นที่ชอบส่วนหนึ่ง … ต้องพูดซ้ำอีกครั้งว่าผู้กำกับอย่างเพย์น เล่าประเด็นนี้ด้วยท่าทีเบา-เบา เช่นเคย แต่ไม่ได้หมายถึงเขาไม่ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้ ท่าทีเบา-เบา แต่กลับเร้าอารมณ์คนดูให้น้ำตาร่วงและย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองได้ ว่าถ้าเราเจอเหตุการณ์เช่นนี้เราจะทำอย่างไร? “เราจะให้อภัยคนทรยศหักหลังเพราะเขากำลังจะตายได้ไหม?” … ใช่แล้ว หนังเรื่องนี้พูดถึงประเด็นเรื่องการให้อภัยด้วย (ซึ่งตัวละครก็แสดงให้เห็นทั้งด้านที่ให้อภัยและไม่ให้อภัยออกมา)

สำหรับฉัน โดยรวมหนังเรื่องนี้จึงเป็นการพูดถึงชีวิตของคนทั่วไปนี่แแหละ … เราอาจไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในฮาวายเช่นตัวเอก เราอาจไม่ได้เป็นผู้สืบทอดผืนดินอันยิ่งใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล เราอาจไม่ได้พบเจอกับการทรยศหักหลังในความสัมพันธ์

แต่เราทุกคนย่อมเคยทำให้คนอื่นเสียใจ รวมถึงโดนทำให้เสียใจ

และเราต้องเคยเผชิญหน้ากับความสูญเสีย … การจบสิ้นของอะไรบางอย่าง …. บางอย่างที่สำคัญมากๆ จนทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเบาโหวงและมองไม่เห็นทางว่าจะก้าวเดินต่อไปได้ อย่างไร

หรือเป็นเราเองที่เลือกจะจบสิ้นอะไรบางอย่างเสียที เพื่อเริ่มต้นกับสิ่งใหม่

 

แปลกดี…ฉันได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ “แฟนคนแรกของเพื่อนสนิท” แต่งงาน

ผู้ชายคนที่ชอบฟังเพลงลูกทุ่งคนนั้น “เริ่มต้น” ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่น่าจะทำให้เขามีความสุขได้ไม่ยาก

ขณะเดียว การเริ่มต้นนั้น ก็คือการจบสิ้นอย่างชัดเจนของสายสัมพันธ์เก่าๆ ที่เขาเคยมีกับเพื่อนสนิทของฉันด้วย

เพื่อนสนิทของฉันไม่ได้ฟูมฟายอะไรกับเรื่องงานแต่งของแฟนเก่า (ซึ่งเป็นแฟนคนแรกในชีวิต แถมมีวันเดือนปีเกิดเดียวกัน) อาจจะดราม่าเล็กน้อยในสเตตัสเฟซบุ๊คแต่พองาม (ตามยุคสมัย) แต่หลักใหญ่ใจความของความรู้สึกจริงๆ ก็คือ “ยินดีด้วย”

ฉันคิดว่านี่คือความสง่างามอย่างหนึ่งที่วันและวัยมอบให้แก่เธอ

คำว่า The Descendants แปลความหมายเป็นภาษาไทยได้ว่า “ผู้สืบทอด”

ฉันไม่แน่ใจนักว่า ตัวหนัง และเรื่องราวบางเสี้ยวของชีวิตเพื่อนฉัน เกี่ยวกันอย่างไร

แต่หลังจากดูหนังเรื่องนี้ นอกจากคิดถึงทางเลือกในชีวิตของตัวเองแล้ว ฉันคิดถึงเธอ กับความรักครั้งแรกของเธอ

ทุกสิ่งมีจุดสิ้นสุด … แต่ชีวิตก็มีจุดเริ่มใหม่ๆ เสมอ

นี่ไม่ใช่ปรัชญาชีวิตที่ยิ่งใหญ่อะไรหรอกนะ

แต่อย่างน้อยที่สุด … ฉันก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่แสนแจ่มใส

…และน่าสืบทอดดี…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s