[จดหมายจากเขาวง] – ชนชั้นกลางๆ น่ะ มีพลัง create อะไรได้มากกว่าที่ตัวเขาคิดนะ

[จดหมายจากเขาวง]

อะไรที่ว่ายากๆ ถ้าลองลงมือดูหน่อย มันก็อาจจะพอมีทาง (แหละมั้ง)

ตั้งแต่กลับมาอยู่เขาวง มีเวลาในชีวิตอยู่มากโข เลยได้เรียนรู้รายทางไปเรื่อยๆ ว่าเขาวงมีประวัติศาสตร์ เชื่อมต่อกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้อย่างไร ทั้งยังมีวัฒนธรรมภูไท ข้าวเหนียวเขาวงก็เรียกได้ว่าเป็นข้าวเหนียวอันดับหนึ่งของอีสาน ยังไม่นับเรื่องผ้าฝ้าย ผ้าไหมแพรวา (ที่แม้จะไม่โด่งดังเท่าฝั่ง อ.คำม่วง) แต่เขาวงอยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหาร 100 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อโซนตลาดแม่น้ำโขงฝั่งนี้ รายทางมีวัดชื่อดังจำนวนมาก ถ้าคนแวะมาเที่ยว ขับรถต่อไปถึงมุกฯ ได้ แล้วจะเลยต่อข้ามไปสะหวันนะเขตก็ได้อีก แถมตอนนี้ยังมีข่าวลือข่าวเล่าอ้างว่าเจ้าสัวจิราธิวัฒน์ เขาจะมาเปิด “เซนทรัล” ที่มุกดาหารอี๊ก ต้อนรับ AEC มากโข ขอบอกว่าเศรษฐีลาวใต้น่ะ เขามีทรัพย์กันคักอีหลีนะคะคุณ ดังนั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไร เส้นทางเขาวง ก็เป็นเส้นทางท่องเที่ยว/วัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์/เศรษฐกิจได้ เลยอยากทำอะไรสักอย่าง

ก็รีๆ รอๆ มาสักพัก เพราะขับรถกระบะก็ไม่เป็น จะออกไปถ่ายรูปสถานที่ไหนไกลๆ ก็ไม่ได้ ตอนนั้นก็หนักไปทางการดำรงตนเป็น “นักคิด” หรือ “นักฝัน” (ปน “นักโพสต์”) แหม…ก็ขับรถกระบะไม่ได้อ่ะ จะให้ทำอะไรได้ แถวนี้ไม่ได้มีรถไฟฟ้าแล่นฉิวผ่านหลังคานี่จ๊ะ

จนสักสองสามเดือนก่อน ได้อ่านนิตยสาร GM เห็นคุณมนตรี บุญสัตย์ ที่ต่อมารู้จักในนามคุณบุ้ย เขียนเรื่องที่แกรวมกลุ่มกับเพื่อนไม่กี่คนจัดวิ่งแล้วหารายได้เข้าศูนย์ หัวใจ รพ.สักแห่ง เงินไม่ได้เยอะมากมาย แต่เพียงพอให้เด็กที่ป่วยราวๆ 20 ชีวิตไม่ต้องกังวลใจเรื่องรายจ่ายสุขภาพอีกแล้ว ไม่ใช่การสร้างความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคม แต่มันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คน 20 ชีวิตได้…โหย อ่านแล้วอินสไปร์โคตรๆ

คิดไงไม่รู้ เลยส่งอีเมลหาพี่อ๋อง บ.ก. GM เพื่อขออีเมลคุณบุ้ยอีกทีนึง ได้คุยกับคุณบุ้ย ก็ให้คำแนะนำดี๊ดี กำลังใจมาเป็นกอง แถมคุณบุ้ยยังช่วยคิดชื่องานวิ่งให้อีก ว่า เอางี้สิ “Run Rice 2013 วิ่งผ่านทุ่งข้าวเขาวง” ชีวิตนี้ไม่เคยเจอหน้าค่าตาคุณบุ้ยหรอก แต่รู้สึกว่าแกคงหล่อโคตรๆ ไม่น้อยหน้าไรอัน กอสลิ่ง แน่ๆ😄

ได้คำแนะนำจากประชาชนในส่วนศูนย์กลางของประเทศมากพอแล้ว ทีนี้ก็คิดว่า ลุยเลยดีกว่า เลยไปถามคนโน้นคนนี้ทั่่วไป ว่าเริ่มยังไงดี ทีนี้เพื่อนแถวบ้านที่เป็นเจ้าพ่อชาวสวนชาวไร่ (หมายถึงมีที่นาที่ไร่และที่สวนเยอะ) ก็แนะให้คุยกับน้องนักวิ่งละแวกบ้าน จริงๆ กว่าจะได้โทรหากันก็หลายสัปดาห์อยู่ เพราะชีวิตก็มีเรื่องวุ่นวายของมัน เมื่อวานตอนค่ำได้ไปคุยกับนักวิ่งชั้นนำของชมรมนักวิ่งเมืองภูอ้อม (ก็ “เขาวง” นี่แหละเมืองภูอ้อม) คือหมออี๊ดกับน้องเมธ ก็ให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ดี สรุปว่าเราจะประสานงานจัดด้วยกัน แต่ทีนี้เรื่องดำเนินการของบประมาณ ทางนี้ไม่สันทัด เลยแนะให้ไปคุยกับคุณครูแม็กแห่งโรงเรียนหนองห้างฉวีวิทย์ อยู่อีกอำเภอหนึ่ง (คือ อ.กุฉิรายณ์) ทางเราไม่มีเบอร์ติดต่อครูแม็กแม้แต่น้อย แต่ทางหมออี๊ดบอกว่าบ้านครูอยู่หน้าโรงเรียน เลยขอร้องแกมบังคับน้องชายที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและกลับมาอยู่บ้าน ว่าช่วยขับรถกระบะวีโก้พาไปหน่อย ก็ไปกันตอนสายๆ แวะถามทางกับชาวบ้านละแวกนั้นอยู่สองหน จนเจอบ้านคุณครู

ไปถึงก็แนะนำตัว คุณครูก็ปรินท์ข้อมูลให้อย่างดิบดี ได้เอกสารที่ใช้เป็น “ตัวอย่างโครงการ / แบบขอทุน” อันใช้ประโยชน์ได้ แถมยังแนะนำแหล่งหาทุนให้ ก่อนกลับครูก็อุตส่าห์เดินมาบอกว่า ทางมุกดาหารเขาเคยขอทุนกับทางโตโยต้ามุกฯ ช่วยออกค่าเหรียญรางวัลให้ เผื่อเราใช้เป็นแบบอย่างได้ ฟังข้อมูลแล้วรู้สึกดีใจ มันไม่ใช่คำแนะนำใหญ่โตอะไร ไม่ได้เป็นข้อความฉลาดปราดเปรื่อง แต่ทำให้รู้สึกว่า คนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ช่วยกันได้ดีขนาดนี้ ไม่ได้หวงเคล็ดวิชาการจัดงานวิ่งเลยแม้แต่น้อย…ไอ้ที่เคยๆ กลัวมาตลอดว่า ลำพังการเป็นผู้หญิงช่วงวัย 30 ที่ปลูกหอมเปก็ไม่ขึ้นสักเมล็ด แล้วชั้นจะจัดวิ่งซูเปอร์มินิมาราธอนงบประมาณ 2 แสนบาทได้อย่างไรไหว คนอย่างชั้นที่ถนัดแต่เขียนจุ๊กจิ๊กลงคอลัมน์หวานแหววนี่นะ…เออ แต่ตอนนี้รู้สึกเห็นทางไปแล้วล่ะ

ตอนนี้ยังไม่ได้เงินงบประมาณมาสักบาทหรอก ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะได้มาสักบาทไหม แต่กำลังใจมันมาแล้ว พร้อมๆ กับได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราออก “นอกบ้าน” ไปลองลุยอะไรจริงๆ มันมีนะ คนที่พร้อมจะช่วย บางคนช่วยแนะนำ บางคนช่วยขับรถ บางคนช่วยซื้อชาเย็นมาให้ บางคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน (อย่างคุณบุ้ย หรือ ครูแม็ก) ก็ช่วยแนะช่วยสอนกันได้

เราไม่แน่ใจว่าทางจังหวัดจะว่าอย่างไร นายอำเภอจะช่วยประสานงานได้ไหม เทศบาลจะรู้สึกว่าเราสร้างเรื่องเดือดร้อนหรือเปล่า แต่เอาเถอะ เราเชื่อว่าโครงการมันดี เขาวงมีทุ่งข้าวสวยมากในเดือนกันยายน (เดือนอื่นไม่สวยหรอก แต่เดือนนี้น่ะสวย) แถมมาที่นี่ยังมีสนามบินเสรีไท ถ้ำคอมมิวนิสต์ ผ้าฝ้ายภูไท ผ้าไหมแพรวา และจุกจิกจิปาถะ จะขับรถต่อไปมุกก็ได้ จะข้ามไปสะหวันนะเขตก็ตามใจ

เราเชื่อว่าโครงการดี คนต่างถิ่นจะได้มาเห็นเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ได้บอกต่อ อย่างน้อยที่สุด ผู้คนที่เดินทางมา ก็ก่อให้เกิดการกระจายตัวด้านการจับจ่าย ร้านกาแฟมีลูกค้ามากขึ้น ปั๊มน้ำมันมีคนแวะเติม ร้านอาหารอร่อยๆ โดยเชฟตัวเล็กตัวน้อยได้เผยตัวต่อประชาคมอาเซียน

การลุกออกจากบ้าน (ถอยรถกระบะลงเนิน) อย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้ความเป็นไปได้เปิดกว้างมากขึ้น

มันเหมือนกับตอนที่เราสมัครทุนช่วงแรกนั่นแหละ เราคิดว่าแทบไม่เห็นหนทางที่จะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปได้…เพราะยังมีผู้คนด้านนอกอีกมาก ที่เขาก็อยากเห็นมันเป็นไปได้พอๆ กับเรา

ชนชั้นกลางๆ น่ะ มีพลัง create อะไรได้มากกว่าที่ตัวเขาคิดนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s