ฉันเป็นมิตรหรือเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ฉันคิดว่าตัวเองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้ายึดข้อมูลจากหนังสือ “นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นได้ง่ายกว่าที่คุณคิด” ของ คาเร็น คริสเต็นเซ็น (ผลิตในไทยโดยบริษัทไบรท์คิดส์ จำกัด) ฉันน่าจะได้คะแนนนำโด่งในหมวดหมู่ผู้รักสิ่งแวดล้อม ฉันไม่มีปัญญาซื้อบ้านเป็นของตนเอง ทุกวันนี้อาศัยบ้านแม่อยู่ด้วยซ้ำ แต่คาเร็นก็บอกให้ฉันชื่นใจหน่อยนึงด้วยข้อมูลที่ว่า กิจกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้างนั้นทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็น 35% ถึง 40% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด อีกอย่างฉันยังไม่ได้ซื้อรถยนต์ เท่ากับอย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ผลาญเงินให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่การผลิตรถอย่างซีตรอง รุ่นซี1 หนึ่งคัน ก็ผลิตคาร์บอนฟุตพริ้นต์ให้กับโลกนี้แล้ว 6 ตัน (ฉันพยายามหาข้อมูลของรถไฮบริดอย่างโตโยต้าพริอุสอยู่ แต่ดูเหมือนโตโยต้าจะปกปิดข้อมูลการผลิตเก่งมาก เพราะหาตัวเลขเป้งๆ ไม่เจอเลย)

ทว่าดูเหมือนฉันยังรักษ์โลกไม่มากพอ อันที่จริงทุกวันนี้ฉันเริ่มกังวลหน่อยๆ แล้วว่าฉันเป็นตัวการให้น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือละลายตัวเร็วขึ้นไหม? เอาแค่วันนี้พอตื่นมาล้างหน้า ฉันก็ดันหยิบกระดาษทิชชู่ 2 แผ่นมาซับแก้มแทนที่จะใช้ผ้านุ่มๆ สีขาวซะนี่ เหตุที่บางครั้งฉันเลือกใช้กระดาษทิชชู่ก็เพราะกลัวว่าผ้าเช็ดหน้าจะเปื้อนมันที่ผุดมาจากต่อมไขมัน พอผ้าเปื้อนฉันก็ต้องนำไปซัก แล้วในกระบวนการซัก ฉันคงต้องปล่อยน้ำที่มีสารฟอสเฟตจากผงซักฟอกออกสู่สิ่งแวดล้อม ความที่จบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ ทำให้ฉันไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะแย่กว่ากันระหว่างการใช้กระดาษทิชชู่ 2 แผ่น หรือการปล่อยน้ำที่มีสารฟอสเฟตออกไป ถ้าฉันจบวิทยาศาสตร์เคมีมาคงดีกว่านี้หรือเปล่านะ?

แต่ถึงฉันจบวิทยาศาสตร์เคมีจริง ฉันก็ไม่แน่ใจนักว่าจะบังคับตัวเองให้ปั่นจักรยานไปทำงานแบบนักปั่นคนอื่นๆ ได้ไหม? ฉันพักอยู่ต่างจังหวัดและบ้านก็อยู่ห่างจากที่ทำงานไปแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่ที่เลือกใช้มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าฟีโอเร่ รุ่น 115 ซีซี (ชนิดเติมแก๊สโซฮอล์ 91) แทนที่จะขี่จักรยานพับได้ แต่พอเห็นแสงแดดร้อนๆ ของเมืองไทยที่พร้อมแผดเผารองพื้นบ็อบบี้บราวน์ของฉันให้ยับเยินไร้สิ้นดี ฉันก็ยอมถอดใจดีกว่า คุณจะประณามฉันที่ไม่ปั่นจักรยานก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ ฉันก็ปล่อยผมให้แห้งเองแทนที่จะให้ไดร์ ฉันใช้เน็ตบุ๊คแทนที่จะใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (ซึ่งกินไฟต่างกันเยอะมาก) ห้องนอนฉันไม่ได้ติดแอร์ แถมฉันยังไม่มีนโยบายซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกตอนนี้ แหม…ก็ฉันยังไม่ได้แต่งงานนี่นา

ดูเหมือนว่าเรามีทางเลือกในการทำตัวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหลากหลายเหลือเกิน แต่กระนั้นความสงสัยในทางเลือกของตนก็โผล่มารบกวนจิตใจเราได้ไม่หยุดหย่อน การที่เราบอกปัดไม่รับถุงพลาสติกจากห้างร้าน แต่สุดท้ายก็ต้องซื้อถุงขยะมาใช้กำจัดของเหลือใช้ในบ้านอยู่ดีนั้นเป็นทางที่ถูกต้องไหม? การเขียนจดหมายไปขอเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านฟรีจากสวนของคุณโจน จันได (ที่ระหว่างกระบวนการทำให้เราต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปไปรษณีย์) ดีกว่าการสวมรองเท้าฟิตฟล็อพเดินไปซื้อเมล็ดพืชจากร้าน “อั๋นการเกษตร” ที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตรหรือเปล่า?รวมถึงการใช้พลังงานแบตเตอรี่ไป 12 ชั่วโมง พร้อมปรินท์กระดาษไป 3 แผ่นกว่าจะได้บทความ “ฉันเป็นมิตรหรือเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม?” ชิ้นนี้มานั้น เป็นการกระทำที่ดีต่อโลกใบนี้จริงหรือเปล่าเถอะ?

พอเขียนมาถึงบรรทัดนี้ ฉันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเริ่มคิดเยอะเกินไปแล้ว จริงอยู่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบถึงแก่นนั้นไม่ง่าย แต่อย่างน้อยฉันก็อยู่บนเส้นทาง “ความพยายาม” ฉันอาจไม่ได้หันมากินมังสวิรัติเพื่อหนุนงาน Earth Hourเต็มสูบแบบที่หลี่ปิงปิงทำในปี 2011 เพราะฉันยังอินเลิฟไก่ย่างเขาสวนกวาง อยู่ แต่ฉันก็ปิดก๊อกน้ำให้สนิท ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ แล้วพยายามสั่งซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ที่แสดงเจตนารมณ์ในการล้างสารพิษออกจากอุตสาหกรรมแฟชั่น (ซาร่า, แมงโก, ยูนิโคล่ แม้กระทั่งวิคตอเรียส์ ซีเคร็ท ก็ยังร่วมด้วย) แล้วนะ

แต่สารภาพว่าถ้าบังคับให้ฉันเลิกใช้ทิชชู่ซับหน้าทันทีทันใด นั่นอาจยากเกินไปหน่อย

แหม…เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนบ้างอะไรบ้างนะคะคุณ

 

 

 

หมายเหตุ: งานเขียนได้รับแรงบันดาลใจต่อยอดมาจากบทความ “ไม่สะดวกเลยที่จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เขียนโดย ลิซา ทาเคอุชิ คัลเลน แปลโดย faylicity (http://www.faylicity.com/book/article/inconvenientGreen.html) แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เล่าถึงเกิดขึ้นจริงในชีวิตผู้เขียน

 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Her Voice นิตยสารอิมเมจ Vol.26 No.06 ฉบับมิถุนายน 2556

1 คิดบน “ฉันเป็นมิตรหรือเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

  1. ตู้นึกถึงบทสัมภาษณ์ของอ. ประมวล เพ็งจันทร์ แกบอกว่า

    “แน่นอนว่าภาวะโลกร้อน เป็นสิ่งที่ควรระวัง แต่ผมเข้าใจว่าตอนที่เราป้อนข้อมูลที่ไม่ดีไป มันกลับทำให้เกิดเป็นความกลัวสภาวะโลกร้อน เราเกิดความรู้สึกที่เป็นลบกับอะไรบางสิ่งบางอย่าง ดังนั้นเราต้องกลับมารู้มาเข้าใจข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ต่างออกไป เพราะปัจจุบันเราถูกทำให้กลัวอะไรบางสิ่งบางอย่าง ในชีวิตจริงก็อาจจะไม่ถึงกับผิดอะไรมากมาย ถ้าบางครั้งบางคราวผมจะใช้ถุงพลาสติกเพราะมันก็สะดวกดี (หัวเราะ)”

    http://www.greenworld.or.th/greenworld/interview/666

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s