[จดหมายจากเขาวง] บุญมา

 

 

ในวัย 22 ถ้ามีใครมาถามฉันว่า ฉันอยากแนะนำบุคคลไหนให้โลกรู้จักบ้าง ฉันคงตอบว่า เจ.ดี. (ส่วน เจ.ดี.​เป็นใครนั้น ตอนนี้ช่างมันเถอะ)

 

ในวัย 32 ที่คว้าปริญญาตรีสายสังคมศาสตร์ได้หนึ่งใบจากมหาวิทยาลัยในศูนย์กลางประเทศ ทว่ากลับไม่ช่วยให้ทำมาหาแดกอะไรได้ (เอิ่มมม) ฉันคงตอบว่า คนที่โลกใบนี้ควรทำความรู้จักมากที่สุดนั้นคือ บุญมา

 

ใน พ.ศ. 2556 ชื่อ “บุญมา” อาจฟังดูคล้ายชื่อในนวนิยายเก่าแก่ของพวกนักเขียนยุค 2490 อะไรเทือกนั้นมากกว่าจะเป็นบุคคลที่โลดแล่นในยุคสมาร์ทโฟนครองโลก (และมาร์กซักเกอร์เบิร์กคือมหาเศรษฐีที่อายุน้อยกว่า 30 ปี … ชิ) แต่บุญมาก็คือบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง เขาอายุ 31 ปี เป็นชายหนุ่มตัวผอมบางใส่แว่น บรรยายให้ง่ายเข้า บุญมาหน้าตาละม้ายใบพัด เจ้าของหนังสือดัง “การลาออกครั้งสุดท้าย”​ นั่นแหละ

 

หากแต่บุญมาไม่ใช่นักเขียนเบสเซลเลอร์ … เขาคือคนขายไอศกรีมอันละ 5 บาท และเขาเริ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่อายุได้ 13 ปี

 

ในวัยที่ฉันเรียนมัธยมสอง เริ่มเรียนรู้การกรี๊ดกร๊าดนักบาสรุ่นน้อง (ค่ะ) บุญมาในวัยมัธยมหนึ่งกลับเลือกละทิ้งชุดนักเรียนด้วยความเต็มใจ แล้วหันมาขายไอติมอันละ 5 บาทให้เด็กนักเรียนละแวกอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีพาหนะคู่ชีพเป็นมอเตอร์ไซค์

 

 

ปีนี้บุญมาขายไอติมมาได้ 18 ปีแล้ว เป็น 18 ปีที่อำเภอเขาวงก็เปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก เรามีเซเว่นอิเลฟเว่น (แล้วนะ) เรามีโลตัสเอ็กซ์เพรส (ที่ขายไม่ดีเท่าเซเว่น) รัฐมนตรีสมัยหนึ่งนำกล้ายางพารามาให้เรา (ข่าวลงว่าเขาแจกฟรี แต่ทำไมชาวไร่ต้องซื้อก็ไม่รู้ … เอ๊ะ ยังไง) เด็กมัธยมของเราเคยได้ไปเมืองนอกผ่านนโยบายการศึกษาสมัยรัฐบาลทักษิณ มีเด็กจากเขาวงพิทยาคารเอ็นทรานซ์ติดคณะแพทย์แล้ว ประเทศไทยเปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก เรามี พรบ.การศึกษา ที่บังคับให้เด็กทุกคนได้เรียนจนถึงมัธยมสาม และเรียนฟรีจนถึงมัธยมหก บุญมาอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาคงผ่านพบเด็กนักเรียนไม่น้อยกว่าหมื่นคนที่พกพาความฝันไม่น้อยกว่าหมื่นความฝันในการมีชีวิตที่ดีขึ้น คาดหวังว่าการศึกษาทั้งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาให้ดีกว่าเดิมได้ วาดหวังว่าสักวันพวกเขาจะค้นพบเรื่องสุดยอดเช่นดีเอ็นเอมีรูปร่างพันกันเป็นเกลียว … อัดแน่นด้วยความอยากเปลี่ยนแปลงโลก …​ บุญมาคงได้สัมผัสกับผู้คนเหล่านี้ ผ่านไอติมและเสียงแตร “ปรี๊นๆ” ที่เขาติดตั้งใส่รถมอเตอร์ไซค์

 

… ฉันก็เคยเป็นเด็กนักเรียนกระโปรงบานเสื้อคอโบคนหนึ่งที่ซื้อไอติมบุญมาเสมอ …

 

ทว่าตั้งแต่ลาจากอำเภอเขาวงมาในวัย 16 ปี เพื่อแสวงหาการศึกษาที่ดีกว่า ฉันลืมไอติมของบุญมาไปแล้ว ที่โรงเรียนมัธยมปลายประจำจังหวัด ฉันเริ่มกินไอติมวอลล์ที่ขายตามเซเว่นอิเลฟเว่น พอเรียนมหาวิทยาลัยใกล้ย่านสยามสแควร์ ฉันก็พอใจกัดกินไอติมไข่แช่แข็งในตลาดสามย่าน พอไปฝึกงานฤดูร้อนที่อเมริกา ฉันก็ซื้อไอติมแฮกเกนส์ดาสจากห้างวอลล์มาร์ทมากินทุกสัปดาห์ พอเริ่มทำงาน ชีวิตฉันก็ได้กินไอติมตามโรงแรมลือชื่อเพราะเหล่าพีอาร์เชื้อเชิญไป ฉันเป็นมนุษย์ที่การศึกษานำพาให้ชีวิตพบเจอกับคนหลากหลายรูปแบบ ฉันผ่านพบเพื่อนที่ถือครองนามสกุล “ชินวัตร” ผู้เคยสงสัยว่าทำไมทุกคนต้องไปต่อคิวยืมหนังสือที่ห้องสมุดยามใกล้สอบ “ทำไมไม่ซื้อเอาล่ะ มันง่ายกว่านะ” เธอว่า (เธอนิสัยดีนะขอบอก) ฉันเคยคลุกคลีตีวงกับคนที่ทุกวันนี้กลายเป็นต้นคิดของคนรุ่นใหม่หลายคน ฉันเคยทำงานร่วมกับบรรณาธิการคนสวยนามสกุลเจ้า ฉันเคยได้บัตรเพรสไปดู Super Junior ได้บัตรฟรีไปดู PSY แถมมีคนเชิญฉันไปงานเปิดตัวไอติมแม็กนั่มอันลือชื่อเชียวนะ

 

ฉันกลับมาเจอบุญมาอีกทีในตอนที่ฉันย้ายกลับบ้าน … หลังผจญภัยใน “เมืองเทวดา” นานกว่าสิบปี ฉันก็ค้นพบว่า “ไอติมแม็กนั่นนั้นมีขายตามเซเว่นอิเลฟเว่นทั่วประเทศนี่นา” ที่อำภอเขาวงก็มีไอติมยี่ห้อนี้ขายแล้ว ฉันเลยกลับมาลอยชายอยู่บ้านเป็นเวลาปีครึ่ง พลางเขียนงานจุ๊กจิ๊กหารายได้หลักพันบาทเลี้ยงตัว (เลี้ยงตัวคนเดียว ไม่ได้เลี้ยงพ่อแม่แต่อย่างใด ><) ฉันมักจะเขียนงานที่ชั้นล่างของบ้านซึ่งมองเห็นผู้คนในละแวกหมู่บ้านได้ครบถ้วน ช่วงแรกที่ฉันกลับมาอยู่บ้านนั้นตรงกับช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของไทยพอดี ทุกบ่ายฉันเลยได้ยินเสียงแตร “ปรี๊นๆ” และเห็นการปรากฏกายของบุญมา ลูกค้าของบุญมาในวันนี้ก็ยังเป็นเด็กนักเรียนเหมือนเดิม แต่ขยายตลาดมากขึ้นจนครอบคลุมเด็กประถมด้วย นอกจากนี้ผู้ใหญ่จำนวนมากก็ยังเป็นลูกค้าชั้นดีของเขา ฉันเคยถามเขาว่าทำไมยังขายไอติมราคา 5 บาทอยู่ (ดูแม็กนั่มสิจ๊ะ) เขาตอบว่า ถ้าขายราคาแพง ลูกค้าก็จะลดลง ขายราคานี้แล้วได้ลูกค้าเยอะๆ ดีกว่า … ทฤษฎีการขายของบุญมาถือว่าใช้ได้ เพราะขนาดคนรายได้น้อยอย่างฉัน ยังยอมควักตังค์ 5 บาทซื้อไอติมของเขากินทุกวัน เพราะรู้สึกเป็นราคาที่พออุดหนุนไหว

 

ระหว่างที่กลับบ้านระยะเวลาปีครึ่ง ฉันเคยถามบุญมาหลายเรื่อง (ตามสันดานคนเคยทำคอลัมน์สัมภาษณ์ในนิตยสาร) ครั้งหนึ่งฉันถามเขาว่าเขาอยากออกรายการ “คนค้นคน” ไหม บุญมาเอ่ยคำตอบที่ทำให้ฉันประหลาดใจว่า “ไม่อยาก ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา” แต่สักพักเขาก็บอกว่า “ถ้าออกแล้วขายไอติมดีขึ้น ออกก็ได้นะ” บุญมาไม่เคยอยากดัง เขาไม่ต้องการยอดไลค์หรือรีทวีต ความสุขในชีวิตของเขาคือการได้เห็นถังไอติมเกลี้ยง และได้ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน … อ้อ! ความสุขอีกอย่างของเขาคือการได้แบ่งไอติมฟรี ให้กับเด็กชายประถมสี่ที่ชื่อ น้องปลื้ม … น้องปลื้มเป็นเด็กตัวอ้วนกลม (จอมติดเกม) ที่บุญมารักใคร่เป็นพิเศษ

 

แต่แปลกดี…คำถามเดียวที่ฉันไม่เคยกล้าถามบุญมา คือทำไมเขาเลิกเรียนหนังสือ

 

ตอนเป็นเด็ก ฉันก็เป็นเช่นเด็กเรียนดีจำนวนมากบนโลกใบนี้,​ ที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ว่าการศึกษาในระบบคือชีวิต

ฉันเคยเชื่อว่าชีวิตของมนุษย์มีเส้นทางเดียวให้ก้าวเดินเท่านั้น คือพออายุย่างห้าขวบก็ต้องเข้าเรียนอนุบาล พอหกหรือเจ็ดขวบก็ต้องสอบเข้าชั้นประถม ต้องพาตัวเองเข้าเรียนมัธยม จากนั้นก็เข้าสู่มหาวิทยาลัย (สายอาชีวะไม่เคยอยู่ในการเหลียวแลของฉัน)

และพอคว้าใบปริญญาตรีมาได้ ก็ต้องหางานออฟฟิศทำ ครั้นพอมีลูกก็จงสอนให้เขาเวียนทำซ้ำสิ่งเหล่านี้อีกครั้ง

 

ใครที่ทำผิดไปจากนี้ ดูไม่น่าจะมีชีวิตที่ดีนัก, ฉันเคยคิด

พวกเขาจะเลี้ยงตัวเองได้อย่างไร หากไม่เข้าสู่การศึกษาในระบบ รวมถึงไม่เข้าสู่ระบบการงาน ที่เราทุกคนต้องจ่ายประกันสังคม (หักเงินสมทบร้อยละ 4) ต้องซื้อประกันชีวิต ต้องซื้อกองทุน LMF / RMF ถ้าไม่ทำตามนี้ จะเรียกชีวิตที่ดีได้อย่างไรนะ

 

แต่เช่นเดียวกับเรื่องราวทุกอย่างบนโลกใบนี้, บางครั้งสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่ามันจริง…ก็อาจเต็มไปด้วยความผิดเพี้ยน

 

 

ชีวิตไม่เคยมีด้านเดียว มันมีหลายโฉมหน้า และนอกจากชีวิตตามระบบของฉันแล้ว โลกยังมีพื้นที่ให้กับชีวิตอื่นๆ อีกมาก

 

ชีวิตบุญมาก็เช่นกัน

 

 

เขาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 13 และมุ่งมั่นกับการขายไอติมอันละ 5 บาทมาตลอด 18 ปี

ฉันรู้สึกทึ่งกับสิ่งเหล่านี้…ทึ่งที่เขาเอาตัวรอดมาได้

 

ฉันไม่ได้คิดว่าบุญมามีชีวิตที่ดีเด่สมบูรณ์แบบตามวิถีพอเพียงมากกว่ามนุษย์ชนชั้นกลางอื่นๆ ทุกวันนี้บุญมายังไม่แต่งงาน ฉันเชื่อแน่ว่าในบางวัน บางช่วงจังหวะที่เขาจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ระหว่างรอเด็กๆ เลิกเรียนมาซื้อไอติมนั้น เขาต้องเคยมีช่วงเวลาเหงาหงอยแน่ๆ และในบางคืนที่ลมฤดูร้อนพัดแรง เขาอาจเคยคิดถึงการแต่งงานที่เต็มไปด้วยพิธีกรรม รวมถึงการมีลูก

 

และถ้าเขามีลูก ฉันเชื่อว่าเขาจะส่งลูกเข้าเรียนตามระบบ

และนอกจากไอติมอันละ 5 บาทในถังของเขาแล้ว เขาอาจจะให้เงินลูกไปซื้อไอติมแม็กนั่มที่เซเว่นอิเลฟเว่นมาแบ่งกินกับเพื่อนบ้าง

 

เพราะบางครั้ง เขาก็คงอยากให้ลูกได้เรียนรู้ “ชีวิตแบบอื่นๆ” นอกจากที่เขาเคยเติบโตและเรียนรู้มา

 

บางที… คำถามที่ว่า “เราควรจะเข้าเรียนการศึกษาในระบบหรือไม่?” นั้น อาจจะไม่ใช่คำถามหลักของชีวิตเสียทีเดียวนัก

สิ่งสำคัญจริงๆ สำหรับการมีชีวิตอยู่ตลอดอายุขัยเฉลี่ย 70 ปี ของมนุษย์สมัยใหม่ (ที่มักโพสบ่นเรื่องเช้าวันจันทร์ และแสนสุขสันต์ยามเย็นวันศุกร์มาเยือน) อาจจะอยู่ที่ว่า

เราเคยได้เข้าไปสำรวจและทำความเข้าอกเข้าใจ “ชีวิตแบบอื่นๆ” มากแค่ไหน

 

 

ชีวิตการขายไอติม 18  ปีของบุญมา ได้สอนฉันว่าอย่างนั้น

3 คิดบน “[จดหมายจากเขาวง] บุญมา

  1. วันนี้ผมก้อกินข้าวกับบุญมา ที่ร้านข้าวข้าง ธ.ธกส พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ผมเจอบุญมาทุกครั้ง ต้องกินไอติมของบุญมาทุกครั้ง ผมว่ามันอร่อยที่สุดแล้ว มันเป็นรสหวามที่ลงตัว และวันนี้ผมก้อพลาด เพราะบุญมาบอกว่าหมดแล้ว เซ็งเป็ด

  2. ขอคุณที่ได้เล่าเรื่องชีวิตวัยเรียนของผม..ผมว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปตามความใฝ่ฝันของแต่ละคน ..บ้างก็เรียนจบได้งานทำ…หรือไม่ก็.ทำธุรกิจส่วนตัว ทำงานตามความถนัด ตามความสามารถและความรู้ที่ได้เรียนมา..แต่ผมได้มาคิดและมองต่างมุมที่สังคมได้วางกรอบนั้นเอาไว้ ..ผมมองออกมานอกกรอบ “..ทำไมต้องเรียนให้จบ ..ทำไมต้องเรียนให้สูงๆ ก็ในเมื่อเรากุมชีวิตกับอนาคตตัวเองได้ ไม่ว่าตัวผมเองหรือทุกๆคน …ถ้าเรียนจบสูงๆ ป.ตรี ออกมาทำงาน ก็เป็นได้แค่ลูกจ้างกินเงินเดือน ..ทำไมเราไม่ออกมาทำงานซะตอนนี้เลยซะล่ะ จบ ม.3 ก็เป็นเถ้าแก่ได้ ถึงจบมาสูงๆออกมาก็มาเป็นลูกจ้างเค้าอีก” ผมเองก็มีความใฝ่ฝันกับอนาคตที่วาดไว้ตอนเรียน ม.ต้น แต่ ทว่า การได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกแห่ความจริง มันมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก…..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s