เรื่องของเช และการเดินทางของเบน

เรื่องของเช และการเดินทางของเบน

เขียนเรื่องนี้ไว้นานมากแล้ว พอดีเมื่อวานเคลียร์งานในคอมพิวเตอร์ เจอบทความนี้ เลยขอเอามาลงไว้
ทุกวันนี้ เพื่อนชื่อเบนคนนี้ ทำงานเป็นหมอที่นิวยอร์ก จบเอกด้านแพทย์ ที่ Columbia University ที่นิวยอร์ก แล้ว (ไฮโซมากๆ แตกต่างกับชีวิตของชั้นลิบลับเลย:)

***************************************


เรื่องของเช และการเดินทางของเบน

1.
ฉันรู้จักเบนครั้งแรกในเย็นย่ำวันหนึ่ง เมื่อเจ้าเพื่อนสาวคนสนิทลากตัวฉันไปแอบดูผู้ชายที่กำลังวุ่นวายกับเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ… สถานที่ที่ฉันเจอเบนคือที่ประเทศไทย ต้นฤดูฝน ปี 2545

“ดูนั่นสิ น่ารักดีเนอะ” เพื่อนสาวพูดอย่างนี้

เบนในวันนั้นที่ฉันเจอ คือคนหนุ่มตัวซีดขาว ผมทอง ตาสีฟ้า ใส่หมวกแก็ปปิดบังดวงหน้า กำลังเปิดพลิกหนังสืออ่านขณะนั่งรอเจ้าเครื่องปั่นผ้าทำงานเสร็จ

ดูเป็นคนหนุ่มที่เอาจริงเอาจัง และคล้ายจะเป็นนักเดินทางผู้แสวงหาปรัชญาบางอย่าง….

เบนในวันถัดมาที่ฉันได้รู้จักเมื่อเราเอ่ยปากทักทายกัน คือเบนที่เป็นนักศึกษาวิชาเคมี จากวิสเคาซิล อเมริกา ผู้เดินทางมาทำวิจัยไกลถึงเมืองไทย…

และ “ไอเป็นคนหัวงู…ชอบดูหนังโป๊…ดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ” คือประโยคที่เบนบรรยายตัวเอง

เบนชอบพูดอย่างนี้อยู่บ่อยๆ จนในที่สุด ฉันก็ลืมไปแล้วว่าครั้งนึงฉันเคยคิดว่าเบนเป็นคนจริงจัง และเต็มไปด้วยความฝันว่าจะทำให้โลกดีขึ้น

ตอนนั้นก้อนความคิดที่เกี่ยวกับเบนมีเพียงว่า เบนเป็นชายหนุ่มธรรมดาที่ดูขี้เล่น..
และชอบดูหนังโป๊เท่านั้น…

ปลายหน้าฝน ปี 2545 เบนกลับบ้าน และสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าเวลา ก็ได้ทำหน้าที่ของมัน—หมุนเวียนเปลี่ยนผันฤดูกาล—จนผ่านมา 3 ปี
เป็นปี 2548

ฉันไม่ได้ติดต่อกับเบนอีก สิ่งที่รู้คร่าวๆ หลังการบินกลับอเมริกาของเขาคือ เบนได้ทุนปริญญาโทจาก UCLA และศึกษาต่อในสายเคมีเช่นเดิม

เป็นความจริงที่ว่า เมื่อเราไม่ได้ติดต่อกับใครนานๆ และเมื่อชีวิตเปลี่ยนจากสภาพนิสิต/นักศึกษามาเป็นคนทำงาน ที่ต้องมีเรื่องรับผิดชอบมากมาย มีบิลค่าไฟ ค่าน้ำ ให้จ่ายทุกเดือน เราก็พาลจะหลงลืมใครในชีวิตไปได้ง่ายๆ เสียอย่างนั้น

เช่นกัน ฉันลืมเพื่อนชื่อเบนไปแล้ว

จนวันนึง เพื่อนสาวคนนึงได้ส่งฟอเวิร์ดเมล์เกี่ยวกับการเดินทางของใครคนหนึ่งมาให้
มันเป็นการเดินทางของผู้ชายชื่อเบน

2.

เมื่อ 13 ธันวาคม 2547 ผู้ชายชื่อเบนได้ตัดสินใจปั่นจักรยาน ณ ดินแดนอเมริกาใต้ลำพังคนเดียว เพื่อรวบรวมเงินบริจาคมอบแด่ The Los Angeles Free Clinic คลินิคที่ทำงานด้านโรคเอดส์ เบนเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า Bike For HIV

2,500 $ คือเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ 1,500 $ คือที่เบนทำได้ภายในระยะเวลา 2 เดือนในการปั่น

เบนจำเป็นต้องยุติการเดินทางไว้แค่จาก ซานติโก-ชิลี ถึง ควิโต-เอกวาดอร์ เท่านั้น ไม่ใช่เพราะกำลังใจทดท้อ หรือทนความยากลำบากในประเทศโลกกำลังพัฒนาไม่ไหว

แต่เพราะเขาต้องกลับไปสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาต่อยัง Medical School

ใช่แล้ว ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยแสดงออกให้ใครต่อใครรับรู้ว่า เป็นตาเบนหัวงู และชอบดูหนังโป๊ กำลังตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่อาชีพที่นับได้ว่าเสียสละมากอาชีพหนึ่ง…

ในเว็บไซต์ที่เบนทำขึ้นระหว่างการเดินทางของเขา บอกให้เรารับรู้ว่า แรงบันดาลใจสำคัญส่วนหนึ่งของเบนมาจาก ภาพยนตร์เรื่อง Motorcycle Diaries ที่ว่าด้วยการเดินทางของ เออร์เนสโต ฟูเซอร์ เกเวรา ในวัย 23 ปี ที่ตัดสินใจบิดมอเตอร์ไซค์ออกไปเพื่อให้ได้ “เห็น” และ “รู้จัก” ทวีปถิ่นเกิดด้วยตาของตัวเอง ก่อนที่การเดินทางครั้งนั้นจะได้เปลี่ยนให้เขากลายเป็น เช เกเวรา นักปฏิวัติคนสำคัญของโลก

ก่อนหน้าที่จะได้ดู Motorcycle Diaries ฉันเคยได้ยินและผ่านตาชื่อของผู้ชายคนนี้มาบ้าง รู้ว่าเช เป็นนักปฏิวัติ
แต่ไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นคนชาติไหน,
เพราะอะไรถึงหันมาปฏิวัติแบบกองโจร,
และไม่เคยรู้ว่า วันที่เช จากโลกไป มีใครเสียใจบ้าง

และแม้กระทั่งเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าเช เกเวรา เป็นฮีโร่

ภาพยนตร์เรื่องที่ดู ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น
แต่มันทำให้เราอยากใช้ชีวิตส่วนหนึ่งออกเดินทาง ..และถ้ามีเวลา ก็อยากทำอะไรบางอย่างบ้าง..เพื่อโลก

แต่การที่จะปลดเปลื้องพันธนาการของคนทุกข์ยากที่มีมากกว่า 80% ของประชากรหกพันล้านบนโลกมันไม่ใช่เรื่องง่าย

เรื่องบางอย่างมันคงเป็นได้แค่ความฝัน
และฝันบางฝันดำรงชีพได้แค่ในโรงหนัง
เช เกเวราตายแล้ว…
คนในโลกทุนนิยมอย่างเราคงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
จนกระทั่งฉันพบภาพระหว่างการเดินทางของเบน

3.

ว่ากันตามตรงการเดินทางกว่า 3 พันไมล์ของเบนไม่ใช่การเดินทางโดยมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งเบาความทุกข์ยากของคนในละตินอเมริกาแม้แต่น้อย

เบนคือนักศึกษาปริญญาโทวิชาเคมี ไม่ใช่มิชชันนารี!
แต่เบนตัดสินใจออกเดินทางปั่นจักรยานไปอเมริกาใต้ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกับเออร์เนสโต เกเวรา

ออกเดินทางเพื่อจะได้เห็นโลก…
เพื่อที่จะได้ค้นพบว่า ตัวเองสามารถทำอะไรแก่โลกและผู้คนได้บ้าง

และถึงวันนี้ เส้นทางที่เบนเลือกเดิน ก็ทำให้เราได้รู้แล้วว่า เบนเลือกที่จะทำอะไรแก่โลกด้วยวิธีไหน
เลือกอาชีพอะไรในการช่วยผู้คน
อาจแตกต่างกับวิธีที่เช เลือกใช้
แต่ในจุดหมายมันคือสิ่งเดียวกัน

ภาพของเบนในเว็บไซต์ที่ปรากฏ แสดงให้เห็นว่า เวลา 3 ปี ได้เพิ่มริ้วรอยให้แก่ชีวิตคนแค่ไหน
แน่หละ เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเราก็จะโตขึ้น
เบนเติบโตขึ้น..ไม่ใช่เพราะว่าหน้าตาที่มีริ้วรอยปรากฏ
แต่เป็นการเติบโตที่เกิดขึ้นภายในต่างหาก…

ครั้งนึงในปี 1952 เออร์เนสโต เกเวราได้เติบโต

เบน บีเยอร์ก โครลล์ กำลังเติบโตและคิดทำอะไรเพื่อโลกบ้าง

สำหรับฉันรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเมื่อได้อ่านการเดินทางของเบน

…เพราะได้รู้แล้วว่า เรายังมีคุณค่า และสามารถทำอะไรให้แก่โลกได้เสมอ
ทุกวินาที..

ถ้าแค่เราจะอยากทำ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s