แม่และงานศพ

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารไลฟ์สไตล์ออนไลน์ Better Living  จาก pruksa.com

 

แม่และงานศพ

(เรื่องโดย Tiktok)

เวลาคิดถึงแม่ ฉันจะมีภาพงานศพวาบขึ้นมาในหัวสมองเสมอ ไม่เกี่ยวกับว่าฉันคิดแช่งให้แม่ตาย แต่เพราะนอกจากเป็นครูสอนเด็กเขียนภาษาไทยแล้ว แม่ฉันยังยึดตำแหน่ง “โฆษกผี” ของอำเภอ งานศพเกือบทุกงานในละแวกบ้าน แม่จะต้องโผล่หน้าไปเป็นโฆษกให้ตามคำเรียนเชิญเสมอ ภาพแม่สวมชุดดำ ขี่มอเตอร์ไซค์สีเขียวออกจากบ้านไปในช่วงใกล้เที่ยงและกลับมาในช่วงบ่ายสองครึ่ง เป็นภาพที่ชินตาฉันอย่างมาก

เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลก แม่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเป็นโฆษกงานศพ เรื่องทำนองนี้ต้องอาศัยการฝึกหัดและฝึกปรือฝีมือกันทั้งนั้น ก่อนอายุ 45 ปี แม่แทบจะไม่เคยจับไมค์เพื่อไปเป็นพิธีกรให้งานอีเวนต์ใดๆ ทั้งสิ้น มือของแม่ถนัดแต่ถือชอล์กขาวคอยขีดเขียนกระดานดำ และเชี่ยวชาญการทำงานบ้านกับงานครัว แต่แล้ววันหนึ่ง แม่ได้รับโอกาสให้เป็นพิธีกรงานสังสรรค์ของโรงเรียน เสียงเจื้อยแจ้วของแม่ทำหน้าที่ประสานให้งานผ่านไปอย่างรื่นเริงและราบรื่น จากวันนั้นแม่ได้รับคำชมรวมถึงโอกาส นอกจากเป็นครู แม่จึงหันมาเป็นพิธีกรและโฆษกงานต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย คิวของแม่เต็มแน่นและต้องเดินสายไปหมู่บ้านต่างๆ แทบไม่ได้ว่างเว้น (และไม่ได้ค่าตัว) ฉันได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญจากการตระเวนออกงานของแม่ว่า คนเราไม่ได้จัดงานแต่งงานกับบ่อยนักหรอก ในรอบหนึ่งปีแม่เป็นพิธีกรงานแต่งไม่เกิน 6 ครั้ง แต่ทุกสัปดาห์จะต้องมีใครสักคนจากไป และแม่จะอยู่ที่นั่นเสมอ…หน้าแท่นพิธีการในงานคาราวะศพแห่งนั้น

ด้วยความที่เคยเรียนสายสังคมศาสตร์และผ่านวิชาแนวปรัชญามาบ้าง ฉันเลยถามแม่ออกไปหนหนึ่งว่าคิดเห็นอย่างไรกับพิธีการงานศพของไทย แม่ตอบโดยไม่อิงเพลโต โสเครติส ซิเซโร หรือมาเคียเวลลี ว่า งานศพคือพิธีกรรมเพื่อรำลึกถึงคนตาย และเป็นงานที่เอื้อให้คนเป็นได้กลับมาพบปะเยี่ยมเยียนกันก็แค่นั้น สำหรับแม่งานศพก็ไม่ต่างกับงานอีเวนต์อื่นๆ ที่เชื่อมร้อยคนในชุมชนเข้าหากัน มันเหมือนกับสักหนึ่งวันในรอบสัปดาห์ เราจะมีนัดรวมตัวกันที่วัด กินน้ำกินท่าที่เจ้าภาพจัดหาไว้ให้ คอยถามข่าวว่าคนนั้นคนนี้เป็นอย่างไร ใครเพิ่งคลอดลูก ใครเพิ่งถูกหวย และใครเพิ่งหย่ากัน … งานศพคืองานทำนองนั้น งานของคนเป็นที่ยังคงต้องดิ้นรน ปลอบประโลม และโอบกอดกันและกันต่อไป

แต่ก็มีอยู่งานศพหนึ่งที่ฉันรู้ดีว่าแม่หัวใจสลาย มันไม่เลวร้ายขนาดเป็นงานศพของคนในครอบครัวเรา แต่สำหรับแม่ มันคืองานที่ใกล้เคียงกันมาก เมื่อกลางปีที่แล้วลูกศิษย์คนหนึ่งของแม่เสียชีวิต ฉันบอกไปหรือยังว่าแม่สอนเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 … เด็กตัวเล็กจ้อยที่เพิ่งหัดคัดลายมือ เด็กตัวน้อยที่กำลังหัดขี่จักรยาน เด็กที่แม่เพิ่งได้มีโอกาสสอนให้ใช้แท็บเล็ตพีซีที่รัฐบาลแจกให้ … ลูกศิษย์คนนั้นจากไปแล้วในวัย 7 ขวบ จากการพลัดตกคูน้ำตอนไปท้องนากับครอบครัวเขา เสียงแม่สั่นเครือตอนที่รู้ข่าว พอๆ กับที่ฉันสัมผัสได้ว่าหัวใจแม่สั่นคลอนและแตกสลาย ทุกวันนี้แม่ยังจำชื่อและนามสกุลของเด็กชายคนนั้นได้เป็นอย่างดี และบางทีแม่อาจจดจำเขาตลอดไป

แม่เพิ่งผ่านวัย 60 เต็มเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับถึงเวลานี้ แม่เป็นโฆษกงานศพมาได้ราว 15 ปีแล้ว แม้จะไม่ใช่หมอหรือพระ แต่แม่ก็ได้ผ่านพบกับศพของผู้คนจำนวนมาก ทั้งหลายหลากยศศักดิ์และหลากหลายวัยวุฒิ ฉันไม่รู้หรอกว่าแม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันสักกี่มากน้อย แต่สำหรับฉัน งานโฆษกผีของแม่ ช่วยให้ฉันได้เรียนรู้ว่า คนเรานั้นสามารถมอบอะไรให้แก่ชุมชนที่ตัวเองอาศัยอยู่ได้เสมอ มันต้องมีหน้าที่สักอย่างที่เอื้อให้เราทำตัวเป็นประโยชน์ได้ถ้าเราใคร่ครวญและใส่ใจอยากทำมากพอ

… ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานเพื่อคนมีลมหายใจหรือร่างไร้วิญญาณก็ตามที …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s