เด็กจีนในโตเกียว และเทรนด์ชีวิตในตอนนี้

ขณะที่เศรษฐีจีนในตอนนี้กำลังเกิดเทรนด์ย้ายบ้านไปอยู่ต่างแดนแถวประเทศตะวันตกกัน (แต่ไม่รู้ว่าย้ายธุรกิจไปด้วยไหม) พวกเด็กจีนยุคใหม่ที่ย้ายตัวเองมาศึกษาในญี่ปุ่น (กลุ่มตัวอย่างคือเด็กจีนในโตได…ชั้นก็รู้จักพวกมันอยู่แค่กลุ่มเดียวนี่แหละจ้า) ก็เกิดเทรนด์ใหม่ คือพยายามปักหลักตัวเองหางานทำในญี่ปุ่นให้ได้ เด็กจีนเป็นเด็กที่เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้ว่องไวมาก เพราะพวกเขาไม่มีปัญหาในการท่องตัวคันจิ (มันคือตัวอักษรจีนที่พวกเขาใช้มาตั้งแต่เกิดไงล่ะ) ดังนั้นภาษาจึงไม่ใช่อุปสรรคในการหางานในญี่ปุ่นของเหล่าเด็กจีนแต่อย่างใด

เรื่องน่าสนใจ (สำหรับชั้นเอง) คือ มีเด็กจีนรุ่นใหญ่จำนวนมากที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน อ๊ะๆ…การเป็นสมาชิกพรรคในยุคหลัง 90 นั้น ไม่ได้ยึดมั่นกันในอุดมการณ์อีกแล้วนะคะ แต่มันคือบันไดไต่เต้าไปสู่ความก้าวหน้า เชื่อกันว่า คนที่ถูกคัดเลือกเข้าไปสมาชิกพรรคได้นั้น ต้องฉลาด เรียนรู้ไว ขยัน พากเพียร รวมๆ คือเก่งและไม่ขี้เกียจ (ตรงข้ามกับชั้นทุกประการฮ่ะ) แล้วทางพรรคนี่ เวลาเด็กมหาวิทยาลัยในจีนจะจบกันที เขาจะเข้าไปเปิดบู๊ทรับสมัครนะคะ แล้วก็ทำการพิจารณาว่าใครผ่านไม่ผ่าน คนที่ผ่านก็ได้ชื่อว่าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งไม่ได้หมายความว่าได้งานทำ (แนวๆ งานราชการ) ทันทีหรอก แต่การได้ชื่อว่าได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกพรรค มันเหมือนใบประกาศนียบัตรรับประกันความสามารถ ว่า “ยูน่ะเก่งและมีความรับผิดชอบ” ซึ่งถ้าจะไปหางานทำในภูมิภาคไหนของจีน มันก็จะทำให้ง่ายขึ้นอีกขั้นเพราะคนเชื่อมั่นว่า “นี่คือของดี”

เด็กจีนในโตไดหลายคนเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ …มันเหมือนกับการสอบเข้าบริษัทเอกชนดีๆ ได้นั่นแหละ มันการันตีอนาคต เขาก็เลยเข้ากัน แต่โดยมาก ถ้าออกนอกจีน เขาจะไม่ค่อยปล่าวประกาศกันหรอก ว่าชั้นเป็นเมมเบอร์ของพรรคนะ ยกเว้นว่าติ๊กต่อกมันจะเจ๋อไปถาม แต่โดนมาก ถึงไม่ถาม แค่คุยด้วยครั้งสองครั้ง ตรูก็เริ่มเดาได้แล้วว่าใครเป็นสมาชิกพรรคไหม ใครไม่ (จำนวนการทายถูกสูงถึง 90 เปอร์เซนต์) คือเจอเด็กเก่งๆ แต่ไม่ได้โลดโผนโจนทยานมาก ให้ทายว่าเป็นเมมเบอร์แน่ๆ แล้วก็ “อา…จริงด้วย” บ่อยครั้ง

ทีนี้ เทรนด์ใหม่คือ เด็กจีนที่เป็นเมมเบอร์พรรคนี่ พวกนางๆ (ทุกเพศ) ก็เริ่มปักหลักหางานทำที่ญี่ปุ่นกันแล้ว เริ่มไม่อยากกลับประเทศ ทั้งที่พวกนางนี่ หากกลับประเทศไป พวกนางก็คือกลุ่มคนที่มีต้นทุนทางสังคมสูงกว่าคนจำนวนมาก พวกนางมีโอกาสได้งานดีๆ และก้าวหน้าสูงกว่าคนอื่น … แต่ต้นทุนทางสังคมที่สูงกว่าคนหลายล้าน ก็ไม่ได้หมายถึง ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าในยุคนี้ (งงไหม) คือพวกนางนั้นมีศักยภาพ แต่เพราะระบบของจีนก็เป็นระบบที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และสายสัมพันธ์ คนที่เก่งเท่าเทียมกัน แต่อีกคนสัมพันธ์ดีกับผู้ที่มีอำนาจสูงกว่า คนนั้นก็จะก้าวหน้ากว่าอีกคนอย่างน้อยหนึ่งสเตป … อันเป็นสิ่งที่อีกคนอาจจะรับไม่ได้ “ก็เก่งเท่ากัน ทำไมมันได้เลื่อนตำแหน่งก่อนชั้น” สิ่งเหล่านี้ เริ่มทำให้เมมเบอร์พรรครุ่นใหม่ เริ่มตั้งใจปักหลักหางานทำในญี่ปุ่น รวมถึงย้ายตนเองไปทำงานในสิงคโปร์มากขึ้น

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s