(จดหมายจากเขาวง) ไม่ใช่การลาออกครั้งสุดท้าย

ไม่ใช่การลาออกครั้งสุดท้าย

เมื่อวานฉันนั่งรถไปอำเภอข้างเคียงกับเพื่อนสาว อำเภอที่เราไปอยู่ห่างจากบ้านราวๆ 20 กิโลเมตร เป็นอำเภอที่อยู่ติดถนนสายมุ่งหน้าไปมุกดาหาร ทำให้มีรถผ่านเยอะ และมีความเจริญตามมา ความเจริญที่ว่าคือ ที่นั่นมีปั๊มน้ำมัน ปตท.​ใหญ่มาก คนที่อยู่ใกล้เมืองใกล้แหล่งสินค้าต่างๆ คงไม่รู้ว่า บางครั้งแค่การมาถึงของปั๊มน้ำมัน ปตท. ก็ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้

ฉันแค่อยากไปปั๊ม ปตท.​ เพราะฉันอยากกินเค้กในร้านอะเมซอน แค่นั้นแหละเหตุผลของการรบเร้าให้เพื่อนสาวขับรถพาไปต่างอำเภอ

เพื่อนสาวคนนี้กลับมาปักหลักที่บ้านเกิดก่อนฉันจะกลับมาราวๆ หนึ่งปี เธอเคยเรียนมหาวิทยาลัยใน กทม. ทำงานธนาคารอยู่ที่นั่นหลายปีทีเดียว เธอแต่งงานกับเพื่อนสมัยมัธยมที่บังเอิญมาเจอกันอีกทีตอนต่างคนต่างทำงานแล้วใน กทม. เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็เป็นคนในอำเภอเดียวกันนี่แหละ ก่อนหน้านี้สามีเธอก็ทำงานเป็นวิศวกรบริษัทข้ามชาติใหญ่โต (หมายถึงบริษัทน่ะใหญ่โต) แต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สามีเธอในวัยต้นสามสิบเพิ่งตัดสินใจย้ายกลับมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลมิตรผลแถวละแวกบ้าน แน่นอนว่าการกลับมาก็นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่แน่ๆ คือเงินเดือนลด แต่การได้กลับมาอยู่ใกล้ภรรยา ใกล้พ่อแม่พี่น้องตัวเอง นั่นมันก็เป็นอีกข้อดีท่ามกลางข้อด้อยเรื่องเงินลด ชีวิตการกลับบ้านนอกมันก็เป็นแบบนี้แหละ…บางทีเราก็ต้องเลือกว่าเราจะคว้าอะไรไว้ และปล่อยอะไรไป คงเอาไว้พร้อมกันไม่ได้ทั้งหมดหรอก

กลับมาที่เรื่องเพื่อนสาวต่อ ตอนเธอกลับมาใหม่ๆ เธอก็มาช่วยที่บ้านดูแลงานด้านบัญชีในธุรกิจปั๊มน้ำมันครอบครัวที่เปิดมาราวๆ 15 ปีแล้ว พอพูดว่าเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน หลายคนอาจจะตาวาว ว่าคงต้องมีเงินเยอะแน่ๆ แหม…ชีวิตแบบนี้ก็น่าจะย้ายกลับมาอยู่บ้านนอกอยู่หรอก แต่ความที่อำเภอเขาวงเป็นอำเภอขนาดไม่ใหญ่ ไม่ใช่อำเภอที่เป็นทางผ่านไปชุมชนอุตสาหกรรมหรือเมืองใหญ่ ทำให้รถเข้าออกในอำเภอมีไม่เยอะ ประกอบกับในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ก็มีปั๊มน้ำมันเจ้าอื่นๆ มาแชร์ตลาดจำนวนไม่น้อย ในจำนวนปั๊มน้ำมันที่เปิดใหม่นี้ มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อ PT รวมอยู่ด้วย PT ไม่ใช่ ปตท. แต่ก็ทุนรอนที่ถือไว้ก็มีไม่น้อย ทำให้สามารถเช่าทำเลดีๆ ไว้ได้หลายทำเล ธุรกิจปั๊มน้ำมันน่ะชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ถ้าทำเลดี รถก็แวะเข้า ถ้าตั้งอยู่ในถนนเส้นที่รถผ่านน้อย ลูกค้าก็ย่อมน้อยตาม การมาถึงของคู่แข่งใหม่ๆ เงินทุนหนา ย่อมกระทบปั๊มน้ำมันของเพื่อนสาวอยู่ไม่น้อย

เธอและครอบครัวเลือกที่จะรับมือปัญหาเชิงธุรกิจด้วยการกระจายการลงทุนไปในธุรกิจอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับปั๊มน้ำมันและไม่เกี่ยวข้องเลย … เขียนอย่างนี้ดูเป็นภาษาเศรษฐศาสตร์นามธรรมชอบกลเนอะ เอาเป็นว่า เธอกระจายเงินไปลงทุนในกิจการที่เกื้อกูลกับธุรกิจปั๊มน้ำมันตัวเอง ด้วยการออกรถไปขนน้ำมันเองจากสระบุรีทุกๆ สองสามวัน เพื่อนำมาขายในปั๊มตัวเอง รวมถึงกระจายขายให้ปั๊มเล็กปั๊มน้อยปั๊มอื่นด้วย ส่วนธุรกิจอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับปั๊มเลย ก็คือการไปประมูลร้านขายของในโรงเรียนมัธยม แล้วเปิดกิจการขายของทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ณ โรงเรียนแห่งนั้น เธอเคยเล่าให้ฟังว่า ในส่วนของปั๊มน้ำมันนั้น ลูกค้านอกจากจะเป็นข้าราชการและคนมีรถยนต์ทั่วไปแล้ว ลูกค้าอีกประเภทที่ทำให้ปั๊มน้ำมันเธอพออยู่ได้ คือชาวนาที่มักแวะมาเติมตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนไปทำนา ช่วงหน้านาจะเป็นช่วงที่ยอดขายพุ่งมากกว่าปกติเสมอ ส่วนกิจการร้านค้าในโรงเรียนมัธยมนั้นก็มีรายได้สม่ำเสมอเช่นกัน แต่ต้องแลกมาด้วยการตื่นไปเปิดร้านแต่เช้าตรู่ เพราะเธอไม่ได้จ้างลูกน้องมาดูแลร้านค้า แต่เลือกจะไปเปิดร้านและขายด้วยตัวเองมากกว่า

ฉันไม่รู้ว่าตอนที่เพื่อนสาวเลือกจะลาออกจากงานธนาคารเพื่อกลับมาอยู่บ้านนั้น เธอได้เตรียมใจไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ว่ามันคือการลาออกจากงานหนึ่ง เพื่อมารับผิดชอบอีกงานหนึ่ง ที่ภาระอาจจะไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย

และแน่นอน…มันไม่ใช่การลาออกครั้งสุดท้าย

ฉันเลือกจะเล่าเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะช่วงนี้มีบางคนถามฉันหลายหน เรื่องการลาออกจากงานเพื่อมาอยู่บ้าน หลายคนมองว่าการทำอย่างนี้ได้ มันดูดีและเป็นชีวิตในฝัน “การลาออกจากงานครั้งสุดท้าย” มนุษย์เงินเดือนหน้าไหนก็อยากทำ อยากมี อยากเป็น แบบนี้ทั้งนั้นแหละ

แต่มันไม่มีหรอก “การลาออกครั้งสุดท้าย” น่ะ ฉันยืนยัน

ตอนที่ยื่นใบลาออกจากออฟฟิศเก่า ฉันรู้เป็นเลาๆ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า ถึงยังไงก็ตาม ตัวเองต้องได้ยื่นใบสมัคร “ขอทำงาน” อีกเป็นแน่ เพียงแต่ว่า งานที่จะยื่นขอทำนั้น จะเปลี่ยนโฉมแปรรูปจากงานสาขาเก่าที่เคยทำมาแค่ไหน มันอาจจะเป็นงานบางประเภทที่ฉันเคยร้องยี้่ในวัยต้น 20  (เช่นงานเลขา) หรืออาจจะเป็นงานประเภทที่ไม่เคยโผล่ในหัวมาก่อน (เช่นเป็นอาจารย์) หรือเปล่านะ แต่ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในสังคมที่ต้องกินต้องใช้ มนุษย์ก็มีหน้าที่ต้องทำงาน และงานทุกอย่าง —แม้กระทั่งการเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ในอำเภออันเงียบสงบ — ก็มักมีปัญหาให้ต้องจัดการและฝึกสมองอยู่เสมอ มันคือความไม่เรียบของชีวิตที่เราทุกคนล้วนต้องรับมือกันไปนั่นแหละ

หาตอนจบอันประทับใจไม่ลง…งั้นจบตรงนี้แล้วกันนะ (ตึ่งโป๊ะ)

ปล.​ อยากรู้ข้อมูล ปั๊ม PT เพิ่ม สามารถ google ได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s