ช่วงไปถึงญี่ปุ่นใหม่ๆ รู้สึกระคายเคืองตา เลยสังเกตว่าเนื้อตาขาวตัวเองบางทีมันดูแพ้แสง แพ้ลม แพ้การนอนดึก (แต่ก็ยังอุตส่าห์ทำ) เพราะมันจะแดงเวลาเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ (พูดซะเว่อร์) คิดว่าเป็นต้อแน่ๆ แต่จะเป็นต้อชนิดไหนล่ะ? ก็เก็บความคาใจไว้จนกลับมาเมืองไทย ก็รีบแจ้นไปหาคุณหมอสายตาแห่งโรงพยาบาลจักษุรัตนินทร์ ย่านอโศก (ค่าพบแพทย์ 5 นาที 500 บาทนะครัช …. ประเด็นคือคุ้นกับโรงพยาบาลนี้มานานแล้ว เพราะเคยมีอาการกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรงมาตอนหลายปีก่อนนู้น) หลังจากตรวจเครื่องมือไฮโซนู่นนั่นนี่ของโรงพยาบาล แล้วเข้าพบคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่า เป็นต้อเนื้อ

ก็ถามว่า ร้ายแรงไหมคะ มันคืออะไร หมอก็บอกว่า มันมีต้อลม ต่อมามันก็พัฒนาเป็นต้อเนื้อ แต่นี่เป็นนิดเดียวเอง อย่านอนดึก อย่าโดนลม อย่าโดนแสง งดเบียร์นะคุณ (เอิ๊กกกก หมอไม่บอกให้งดกาแฟด้วยเลยล่ะคะ) ก็เลยถามว่า จ้องหน้าจอคอมพ์มากๆ นี่มีผลไหมคะหมอ หมอบอก “ไม่นะ คุณเลี่ยงไอ้สี่อย่างที่บอกมาข้างต้นน่ะ ก็พอแล้ว”

จริงๆ ต้อเนื้อนี่ ถ้าเป็นไม่เยอะ เขาก็ไม่รักษานะ คือถ้ามีอาการระคายเคือง ก็หยอดตากันไป (ยาหยอดตาก็ทั่วไปแหละ) แต่หลักๆ ก็คืองดพฤติกรรมเหล่านั้นที่หมอบอกนั่นแหละ แต่ถ้าคนที่เป็นเยอะๆ เขาก็ต้องเข้ารับการ “ลอกเนื้อตา” (รึอะไรประมาณนี้) เหมือนลอกต้อเนื้อออกน่ะ มันมีค่าใช้จ่ายอยู่ ของเราเหมือนเป็นหวัดอ่ะ (หมอไม่ได้พูด ประเมินเอา) คือ หมอบอกว่า คนไทยอยู่ใกล้ลม ใกล้แดด ก็เป็นกันเยอะอยู่แล้ว

ทีนี้มาถึงช็อตเด็ด ก็เลยถามหมอไปว่า “สรุปว่าตอนนี้ดิฉันก็มีความชอบธรรมในการใส่หมวกและสวมแว่นกันแดดทำตัวแบบเซเลบไฮโซแล้วใช่ไหมคะหมอ?”

หมอก็…

หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาทันใด

ต่อไปถ้าเห็นชั้นใส่หมวก ใส่แว่นชิคๆ ชั้นทำเพราะเหตุผลด้านสุขภาพนะยะ ไม่ใช่เพราะแฟช่งแฟชั่นอะไร ไม่มี๊ ไม่มีย่ะ เป็นคน function ล้วนๆ ไม่ fashion ย่ะ

จบ.

Advertisements