วันก่อนไปกินข้าวกับเพื่อนฝรั่งเศส นางถามว่ายูได้เรียนรู้อะไรจากคลาสพลังงานความมั่นคงมั่ง (คือตรูได้เรียนรู้เยอะมากเลยเหอะ…ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องวิชาการนะ) ก็เลยบอกว่า มันมีเรื่องนึงที่ชั้นโคตรช็อกเลย คือมีวันนึงในคลาสอ่ะ เขาพูดกันเรื่องประสิทธิภาพในการอนุรักษ์พลังงาน เรื่องโครงสร้างตึกที่ยุโรปให้ความสำคัญ แล้วเด็กสวิสก็บอกว่า นางคิดว่าตึกในโตได (ในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ถ้าไม่มีใครเดินผ่าน ไฟตามทางเดิน หรือห้องน้ำจะปิดอัตโนมัติเพราะประหยัดพลังงาน) แทบไม่มีตึกไหนเป็นตึกแบบประหยัดพลังงานเลย 

กะเหรี่ยงจากเมืองไทยก็แบบ “ห๊ะ อะไรนะ การที่อยู่ๆ ไฟก็ปิดเองเวลาไม่มีใครใช้หรือเดินผ่านนี่ไม่เรียกว่าออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานเรอะ????” แต่ที่ช็อกกว่าคือ เซนเซที่เป็นคนญี่ปุ่น และทำงานเกี่ยวกับพลังงานมานานมาก ก็พยักหน้าเห็นด้วย พลางยอมรับว่า อืม ตึกในญี่ปุ่นแทบไม่ได้ประหยัดพลังงาน

“ห๊ะ” กรูช็อกเด่ะ

เพื่อนฝรั่งเศสพยักหน้า (เอากับเขาด้วย) บอกว่านางเห็นด้วยกับเด็กสวิส นางบอกว่าตอนนางมาที่นี่ นางงงกับการที่ตึกออกแบบให้ไฟฟ้าดับอัตโนมัติเวลาคนไม่ใช้ห้องน้ำ แต่โถชักโครกกลับอุ่นอยู่เสมอ นางบอกว่า รู้ไหมการทุ่มเทติดตั้งอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟเพื่ออุ่นให้โถชักโครกอุ่นตลอดเวลา มันขัดแย้งกับการพยายามประหยัดไฟตามทางเดินมาก มันสบายนั่นแหละที่เรามีโถชักโครกอุ่นๆ ในหน้าหนาว แต่มันเปลืองไฟมากเลยนะ “ชั้นงงกับสิ่งเหล่านี้ในญี่ปุ่นมาก” นางบอก

คือตึกญี่ปุ่นนี่ มันออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ มันคือสิ่งแรกๆ ที่พวกเขาคิดถึง แล้วต่อมาก็คือมันออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของคนใช้ แต่จริงๆ แล้ว เรื่องของการประหยัดพลังงานอ่ะ สำหรับเด็กยุโรป เกือบทุกคนลงความเห็นว่า มันยังไม่ใช่ แล้วคนญี่ปุ่นที่เคยไปอยู่ยุโรปก็สมทบด้วยว่า “อืมๆ ยังไม่ใช่”

คือสำหรับคนไทยอ่ะ ตึกในประเทศญี่ปุ่นโคตรประหยัดพลังงาน เราอยู่กับภาพความคิดนี้มาตลอด (ตรูเองที่อยู่กับภาพนี้) แล้วพอโดนบอกอย่างนี้ ตรูก็เหมือนโดนทุบหัวอ่ะ ตายคาคลาสไปเลย

โอ้ โลกมันยังมีเรื่องอีกมากรอมาทุบหัวเราสินะ…

Advertisements