พาเพื่อนไปซื้อยูกาตะครั้งแรก : First Time Buying Yukat

IMG_6434

 

 

ฉันใส่ชุดยูกาตะครั้งแรกตอนไปทริปนากาโนะกับคณะช่วงที่เปิดเทอมใหม่ๆ เราเข้าพักในเรียวกังแบบดั้งเดิมที่มีออนเซนด้วย ในห้องพักจะมียูกาตะวางไว้ จริงๆ ช่วงสามวันแรกที่ยังระเหเร่ร่อนในญี่ปุ่น ในโรงแรมอุเอโนะที่ฉันพักก็มียูกาตะวางไว้ ความที่ใส่ไม่เป็น ไม่รู้กรรมวิธี ฉันเลยไม่เคยคิดจะวอแวใส่มันให้ยุ่งยากแต่อย่างใด หนที่ไปทริปกับคณะก็เช่นกัน พอเข้าห้องพักเสร็จ ฉันก็เอาคลีนเซอร์ออกมาล้างหน้าล้างตา ใส่ชุดวอร์มแบบอยู่บ้านมากๆ แล้วก็เดินตัวปลิวไปห้องอาหาร

ทุกคนในนั้นล้วนใส่ยูกาตะ
ฉันมองหน้ารูมเมทอีกสามคนเลิ่กลั่ก พวกเราน่าจะเป็นห้องพักเดียวในนี้ที่ไม่ใส่ยูกาตะเหมือนคนอื่น (ต้นคิดในการใส่ชุดวอร์มมาห้องอาหารก็ฉันนี่แหละ)

สุดท้ายพวกเราก็เดินย้อนกลับไปเปลี่ยนชุดมาให้กลมกลืนกับสังคมโลกจนได้

หนนั้นฉันหน้าเปลือย (หน้าแต่งก็ยังน่ากลัวเหอะ แล้วหน้าสดจะเหลือเรอะ) มัดผมเสียลีบแฟ่บ มันเป็นหนังหน้าและทรงผมที่ใส่อะไรก็ไม่มีวันสวยหรอก แต่อย่างน้อยๆ ใส่ชุดวอร์มอยู่บ้านมันก็ยังดูเข้ากันมากกว่า

แล้วฉันก็ร้างลาจากยูกาตะไปเนิ่นนาน

จนหน้าร้อนมาเยือนอีกปี

กรกฎาคม 2557 มีคนส่งลิงก์งานดอกไม้ไฟแถวแม่น้ำสุมิดะมาในเมสเสจเฟซบุ๊ก หลังจากซาวนด์เสียงกันอยู่สองสัปดาห์ (ประชาธิปไตยนี่ใช้เวลาโคตรๆ อ่ะท่านผู้โช้มมมม) เราก็ได้ข้อสรุปตรงกันว่า จะใส่ยูกาตะไปกัน นัดกันเวลานี้ ที่สถานีนี้ ทางออกนี้นะ คนนี้จะเป็นคนเตรียมเสื่อไปปูนะ คนนี้จะจัดการเรื่องซื้อของกินดื่ม ว่าแต่เรานัดกันที่ไหน กี่โมง ทางออกไหนนะ … อ้าว แก๊! ย้ำคิดย้ำทำอย่างกับเพื่อนแก๊งค์ปริญญาตรีเมืองไทยตรูอยู่ได้ “สี่โมงเย็น สถานีเมโทรกินซ่า ทางออกเจ็ด” ย้ำนะ…ทางออกเจ็ด ขึ้นบันไดที่มีอยู่อันเดียว เจอกันข้างบนโลด

ว่าแต่ว่าฉันยังไม่มียูกาตะเลย

ชุดยูกาตะของญี่ปุ่นแม้ทำมาจากผ้าฝ้าย รวมถึงความซับซ้อนของเลเยอร์อาจน้อยกว่าชุดกิโมโนอยู่มาก แต่จากการสำรวจราคาตามร้านออนไลน์ อย่างน้อยๆ ชุดที่มาพร้อมผ้าคาด (โอบิ) สำเร็จรูปก็ยังอยู่ที่ระดับสามพันเยน … สามพันเยน ก็คือหนึ่งพันบาทเมืองไทย กับชุดที่ไม่รู้ว่าชาตินี้ฉันจะใส่แล้วสวยเหมาะสมตัวใหม่ … หลังจากเอามือก่ายหน้าผากอยู่สองคืน ฉันก็ตัดสินใจส่งไลน์ไปยืมชุดยูกาตะจากพี่ข้างห้อง (แล้วทำไมไม่เคาะประตูคุยกัน … อ้อ เวลาอยู่บ้านไม่ตรงกันเสียทีนะสิเธอว์)

แล้วฉันก็ได้ชุดยูกาตะ พร้อมกระเป๋าถือ และรองเท้าเกี๊ยะ มาจนได้โดยไม่ต้องซื้อสักเยน (ฮา)

ขณะที่คนไทยได้ชุดยูกาตะมาพร้อมใส่แล้ว สาวญี่ปุ่นคนหนึ่งกลับยังไม่พร้อมเลย
“ไปซื้อชุดยูกาตะเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม” มารี เพื่อนญี่ปุ่นส่งไลน์มาชวน
มารี มาจากจังหวัดนางาซากิ ความที่ไม่ได้เกิดและเติบโตที่โตเกียว เธอเลยทิ้งชุดยูกาตะทิ้งไว้ที่บ้านต่างจังหวัดทั้งหมดเลย

พอถึงฤดูกาล หน้าร้อนมาเยือน ก็เลยต้องลงทุนซื้อใหม่ (อืม)

ไปช้อปกับมารีก็ดี ฉันจะได้มีเรื่องไปเขียน ฉันคิดในใจ

เรานัดกันที่แถววัดเซนโซจิ ย่านอาซากุสะ ใกล้บ้านฉัน จากการกูเกิลข้อมูลคร่าวๆ ที่นี่เป็นแหล่งขายยูกาตะยอดนิยมแหล่งหนึ่ง…สำหรับคนต่างชาติ
ก็แหม, จะให้ไปแหล่งคนญี่ปุ่นยอดนิยม ก็ไม่รู้ต้องไปที่ไหนดี ขนาดมารียังไม่รู้เลย

เราเดินเข้าออกร้านนี้ร้านนั้นกันว่าเล่น บางร้านก็มียูกาตะให้เลือกไม่กี่สี บางร้านราคาก็แพงเกินงบประมาณหนึ่งหมื่นเยน (สามพันสามร้อยบาท) ที่มารีตั้งไว้ บางร้านก็ดูสำเร็จรูปเกินไป คือยูกาตะกับผ้าคาดสำเร็จรูป (โอบิ) ไว้แล้ว มารีไม่ชอบใจ ปกติสาวๆ ญี่ปุ่นจะชอบโชว์ฝีมือคาดโอบิเอง ยิ่งคนไหนผูกโอบิออกมาได้สวยประณีต จะยิ่งรู้สึกฟินประหนึ่งศิลปินที่ได้ฝากผลงานชิ้นเอกไว้แก่โลก (ก็เว่อร์ไป๊)

แล้วเราก็เดินผ่านร้านหนึ่งเข้าจนได้
ร้านนี้มีผ้าลายสีชมพูอย่างที่มารีอยากได้ พอเข้าไปสปีกแจแปนีสกับคนขาย (มารีสิพูด ไม่ใช่ฉันหรอก) คุณลุงผู้ดูใจดีและภูมิฐาน ก็บอกว่าวันนี้ทั้งเซ็ตขายในราคาเก้าพันเยนเท่านั้น

เป็นราคาที่ถ้าอยากได้ยูกาตะสวยๆ ดูแพง (แม้อาจไม่แพงมาก) สักชุดใส่ ก็น่าจะตัดใจซื้อได้ไม่ยาก

ทั้งเซตที่คุณลุงบอก ประกอบรวมไปด้วย ซับในแบบที่ต้องใส่กันโป๊ อันนี้เป็นเหมือนชุดสำเร็จรูปสีขาวแบบที่เรามักเห็นกันในหนังจีนกำลังภายในนั่นแหละ ต่อมาก็เนื้อผ้ายูกาตะ ผ้าคาด (โอบิ) เชือกผูก รองเท้าเกี๊ยะ กระเป๋าถือ และดอกไม้ติดผม … เรียกได้ว่าเก้าพันเยนคือรวมทุกสิ่งอย่างแล้ว

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะซื้อที่ร้านนี้ ต่อไปก็เป็นกรรมวิธีที่ฉันชอบมากที่สุด นั่นคือการเลือกว่าเราจะเอาชิ้นไหนมาแมชท์กับชิ้นไหน ถึงฉันจะไม่ใช่คนสวย แต่ฉันคิดว่าเซนส์ด้านแฟชั่นของฉันไม่ได้แย่
ยูกาตะสีชมพู ต้องมาคู่กับโอบิ (ผ้าคาดเอว) สีแดงเลือดนกแน่ๆ ฉันบอกมารี นางไม่คัดค้าน ส่วนเกี๊ยะน่ะ ก็ต้องเป็นแบบพื้นดำแล้วมีตัวคีบเป็นสีแดงเท่านั้น

กระเป๋าล่ะ? มารีถามพร้อมกับชูกระเป๋าผ้าสีชมพูเข้ากันกับชุดให้ดู … “มันจะกลืนกันไปหมด” ฉันบอก “ชมพูเกือบทั้งตัวแล้ว กระเป๋าต้องต่างออกไป” ว่าแล้วฉันก็ยกกระเป๋าผ้าดำลายซากุระแดงขึ้นมา “อันนี้ดีกว่า มันเบรกสีของชุดได้ ทำให้ดูไม่น่าเบื่อด้วย” นี่ฉันควรไปเป็นกรรมการรายการเรียลิตี้ช้อปปิ้งของเกาหลีสินะเนี่ย

ส่วนดอกไม้ เราได้ดอกไม้ที่เน้นแดง “มันแมชต์กับโอบิไง” ฉันบอก

ฤดูร้อนปี 2014 … ในที่สุด เราก็ได้ยูกาตะมาแบบครบเซตมาครอบครองเสียที (เย้)

ปล.นี่เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ฉันคิดว่า ส่วนที่ยากที่สุดของการแต่งยูกาตะให้สวยนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับชุดยูกาตะเลย แต่เกี่ยวกับการม้วนผม มัดผม ทำผม ติดดอกไม้ที่เข้ากับหน้าต่างหาก

อันเป็นทักษะที่ฉันยังคงต้องฝึกอีกอย่างยาวนาน (โมเมพาเพลินมีสอนไหมค๊าาาาา)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s