[จดหมายจากเขาวง] โลกของแม่

IMG_6642

ลุงประเสริฐจากไปตั้งแต่ก่อนฉันเกิด จากไปในวัยก่อนที่แม่จะเรียนจบได้วุฒิครูด้วยซ้ำ คนในบ้านเล่าให้ฉันฟังตอนเด็กๆ ว่า ลุงรับราชการตำรวจ และได้ร่วมต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ในพื้นที่สีแดงจนตัวตาย ลุงจากไปก่อนอายุสามสิบ จากไปในวัยที่เป็นลูกชายคนโตคนเดียวที่มีการมีงานทำแล้ว ยายกับตาต้องมานั่งจัดงานศพของลูกชายตัวเอง ฉันคิดว่าพ่อแม่ทุกคนคงหัวใจสลายที่ต้องมานั่งผจญเรื่องราวอย่างนี้

แล้วเด็กสาววัยรุ่นอย่างแม่ก็ต้องหัดเริ่มต้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จริงๆ แม่เป็นผู้ใหญ่มานานแล้ว แต่พอลุงเสริฐไม่อยู่ แม่ก็กลายเป็นพี่คนโตคอยดูแลน้องๆ ทั้งบ้าน ตอนนั้นน้องชายคนที่เจ็ดซึ่งเป็นคนที่เล็กที่สุดก็ยังอยู่ชั้นประถมต้นเท่านั้นเอง ความยากลำบากในวัยสาวของแม่เป็นเรื่องที่ฉันมักจะได้ยินน้าเล่าให้ฟังเสมอ ทุกครั้งที่ฉันรบเร้าให้น้าเล่าเรื่องตอนนั้นให้ฟัง น้าจะเล่าเกี่ยวกับเรื่อง “แกงขี้เหล็ก” มันเป็นช่วงเริ่มต้นวัยทำงานที่ตาถอยรถกะบะคันใหม่ไว้ทำงาน ทุกคนในบ้านต้องเอาเงินเดือนมากองรวมกัน แล้วช่วยๆ กันผ่อนส่งรถของตา ความที่แม่เป็นพี่ใหญ่ในหมู่น้องๆ แม่จะรู้สถานการณ์การเงินของครอบครัวดีกว่า แม่รู้ว่าเงินไม่พอกิน แม่เลยไปหาใบขี้เหล็กมาทำแกงหม้อใหญ่ ตั้งไฟ หุงข้าว แล้วแม่ก็บอกน้องๆ ทุกคนว่า เราจะกินแกงขี้เหล็กหม้อนี้ไปอีกเจ็ดวัน

ช่วงผ่อนรถกะบะคันนั้น ทุกคนผ่านมันมาได้ด้วยแกงขี้เหล็กหม้อนั้น พอเติบใหญ่และความสะดวกสบายเริ่มเข้ามาพร้อมกับการงานที่มั่นคงขึ้น น้ามักพูดเสมอว่า เวลาเห็นแกงขี้เหล็ก ก็จะหัวเราะ และคิดถึงเรื่องในช่วงเวลานั้นเสมอ

แม่เริ่มรับราชการครูในตอนอายุ 18 ประจำที่โรงเรียนกุดปลาค้าวราษฎร์บำรุงเป็นโรงเรียนแรก แล้วแม่ก็ไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลย แม่รับราชการยาวนานกว่า 42 ปี แต่แม่บอกตอนเกษียณว่า “หลวงเขานับอายุราชการให้แค่ 35 ปีเท่านั้นแหละ”

มีคนเคยบอกว่า ยิ่งแก่ แม่ก็ยิ่งดูเหมือนยาย วันนี้ฉันรื้อรูปเก่าๆ มานั่งดู มีรูปงานศพของลุงประเสริฐรูปหนึ่ง ทุกคนที่เหลืออยู่ในครอบครัวยืนกันพร้อมหน้า รูปยายในภาพนั้น ช่างเหมือนกับแม่ในวัย 61 คนที่นอนอยู่ชั้นล่างของบ้านเหลือเกิน

ฉันคิดว่าฉันเหมือนพ่อมากกว่าเหมือนแม่ ตั้งแต่เป็นเด็กแล้วที่คนแถวบ้านก็ชอบพูดอย่างนั้น แต่ถึงรูปลักษณ์ภายนอกของฉันจะเหมือนพ่อมากกว่า แต่ฉันก็แอบหวังว่าฉันจะได้รับความเข้มแข็งของแม่มาบ้าง

ความเข้มแข็งอันธรรมดาสามัญ ของคนที่ไม่เคยมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงใน พ.ศ.2516 หรือ 2519
คนที่เข้ากรุงเทพฯ ไปตอนพฤษภาคม 2535 เพียงเพราะขึ้นไปเยี่ยมน้องสาวเท่านั้น คนที่ไม่ได้มีชีวิตโลดแล่นอยู่ในหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารอันเป็นแรงบันดาลใจแห่งยุคสมัย

คนที่โลกส่วนใหญ่อยู่ในห้องครัว ทุ่งนา โรงเรียน และเมรุเผาศพ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้เท่านั้นเอง

16/09/2557

หมายเหตุ: อ่านที่มาที่ไปของความผูกพันของแม่กับเมรุเผาศพ ได้ที่นี่https://tiktokthailand.wordpress.com/2013/11/17/แม่และงานศพ/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s