ทดความคิด: โครงการดีๆ ที่ฟิลิปปินส์

วันก่อนไปฟังพรีเซนเตชั่นของคลาสเมทที่ขอทุนจาก Japan Foundation ได้ นางทำโครงการเกี่ยวกับช่วยให้คนทำงานบ้าน (domestic worker) ในเมืองแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์สามารถเปิดบัญชีและออมเงินสร้างอนาคตได้

ฟังแล้วอาจงง ว่าทำไมจะต้องเข้าไปช่วยแม่บ้าน “เปิดบัญชี”

เพราะที่ฟิลิปปินส์ ธนาคารกำหนดว่า ถ้าจะเปิดบัญชี นอกจากจะต้องมีเงินขั้นต่ำ (ตามแต่ละแห่งจะกำหนด) แล้วยังต้องมีหลักฐานสำคัญ คือ ID Card หรือบัตรประจำตัว

ซึ่งฟิลิปปินส์ไม่เหมือนไทย เขาไม่ได้บังคับให้ทุกคนมีบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้นบัตร ID ที่ได้รับการรองรับ ก็คือ ใบขับขี่ บัตรประกันสังคม หรือพาสพอร์ต

ซึ่งเหล่าแม่บ้านส่วนมากก็ไม่มีทั้งสามบัตร (ส่วนหนึ่งเพราะการศึกษาน้อย อ่านเอกสารไม่ออก ทำพาสพอร์ตเสียเงินเยอะ ส่วนประกันสังคมนายจ้างที่บ้านไม่ยอมทำให้ เป็นต้น)

ทำให้เหล่าแม่บ้านเปิดบัญชีเงินฝาก/ออม ไม่ได้

เรื่องที่เมืองไทย (น่าจะ) ทำได้ง่ายๆ กลายเป็นความท้าทายของบางประเทศไป

แต่เรื่องการบังคับให้มีบัตรโดยรัฐกำหนด (เช่นเมืองไทย) กับการไม่บังคับ (เช่นฟิลิปปินส์ อเมริกา ญี่ปุ่น) ก็ถือว่ายังมีข้อถกเถียงข้อดีข้อเสียกันอยู่ ในส่วนประเทศที่บังคับ จะมีการวิจารณ์เรื่องการแทรกแซงข้อมูลของฝ่ายรัฐที่กระทำกับประชาชน ส่วนการไม่มี ก็อาจส่งผลทำให้การเข้าถึงบริการบางอย่างล่าช้า (หรือเข้าไม่ถึงเลย) อย่างในเคสแม่บ้านของฟิลิปปินส์เป็นต้น

/////

อีกโพส

สืบเนื่องมาจากโครงการเปิดบัญชีเงินออมให้เหล่าคนทำงานบ้าน (domestic worker) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มในเมืองแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ คลาสเมทที่ทำโครงการนี้ได้เข้าไปประสานกับทางธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง จนได้ข้อตกลงเรื่องการช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีให้กับเหล่าแม่บ้าน (เช่น เรื่องการลดหย่อนให้ใช้ ID ชั้นรอง จำพวก Voter ID หรือ Town ID ได้) ทางธนาคารกลางแห่งฟิลิปปินส์ (Central Bank of the Philippines) สนใจโครงการนี้ เลยประสานไปยังธนาคารใหญ่ๆ อีกหลายธนาคารในประเทศ ว่าธนาคารอื่นๆ น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ และจะได้ช่วยขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นทั่วประเทศด้วย 

คลาสเมทคนนั้นก็เลยจะบินไปพรีเซนต์กับทางธนาคารใหญ่ต่างๆ ในวันจันทร์นี้ ซึ่งถ้าทางผู้บริหารของธนาคารใหญ่หลายเจ้าเห็นด้วย ก็จะเกิดการขยายโครงการ และทำให้เหล่าคนทำงานบ้าน หรืออาจรวมคนงานในสาขาอื่นๆ ที่ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารเพื่อออมเงินได้มาก่อน สามารถทำได้

สมัยก่อนมีบัญชีเงินฝาก เหล่าแม่บ้านที่ร่วมโครงการจะเก็บเงินซุกไว้ในหมอน (คลาสสิกมาก) เอาไว้ในเก๊ะ หรือบางคนก็ฝากนายจ้างไว้ ความปรารถนาส่วนใหญ่ของแม่บ้าน (เท่าที่ปรากฏในแบบสำรวจ) คือ อยากเก็บเงินไว้ซื้อบ้านกับที่ดิน อันเป็นความปรารถนาที่ไม่น่าจะแตกต่างจากคนจำนวนมากนัก

โครงการนี้เริ่มจาก Japan Foundation ให้เงินสนับสนุน ก่อนจะไปถึงหู Central Bank of the Philippines และนำมาสู่การพรีเซนต์ต่อธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในประเทศในวันจันทร์นี้

คลาสเมทคนนี้ไม่ได้ทำงานในภาคส่วนของรัฐบาล ทั้งนางยังไม่ได้มองตัวเองเป็น NGO เราไม่สามารถพูดอย่างหยาบๆ ได้ว่า “เรื่องมันเริ่มง่ายๆ แค่ลงมือทำ” เพราะอันที่จริง นางมีต้นทุนชีวิตดีมาก่อน ทั้งภาษาอังกฤษดีและเคยทำงานในเครือ World Bank มาก่อน … แต่นั่นแหละ ไม่ว่าจะอยู่ภาคส่วนไหนของสังคม มันก็มีบทบาทบางอย่างที่เราริเริ่มได้ ตามแต่ขอบเขตความสนใจของเราเอง

ปล.เราชอบเซนส์ของโครงการนี้ตรงที่มันไม่ใช่เรื่องสังคมสงเคราะห์ แต่มันคือการช่วยอำนวยความสะดวกและจัดการแก้ไขปรับเปลี่ยนกฎระเบียบบางอย่างให้คนที่ขาดโอกาสได้เข้าถึงโอกาส ส่วนเงินเก็บจะเพิ่มพูนไหม มันเป็นเรื่องของปัจเจกแต่ละคน

จบ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s