Joe Gebbia: cofounder airbnb in Ted2016

“unlock มือถือคุณ แล้วยื่นมันให้คนข้างๆ”

นั่นคือช่วงเวลาที่ Joe Gebbia ทำให้คนทั้งฮอล์นิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเขาพูดประโยคนี้ใน Ted xHouston ที่เพิ่งจัดไป

Joe Gebbia คือหนึ่งใน co-founder ของ airbnb เว็บ/แอพ ที่เป็นตัวกลางในการให้เจ้าของบ้าน/ห้องพัก นำสมบัติส่วนตัวของตัวเอง มาเปิดบริการให้คนแปลกหน้าเข้าพัก ความท้าทายของ airbnb คือการต้องกระตุ้นให้คนนำ personal spaces มาแชร์กับคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้เกิดขึ้น

ในจังหวะหนึ่งของการพูด Gebbia ทำให้คนฟังเข้าใกล้หรือสัมผัสกับความท้าทายที่เจ้าบ้าน airbnb ต้องเผชิญ ด้วยการขอให้คนฟัง unlock มือถือ แล้วจากนั้น ก็ยื่นมันให้คนทางซ้าย

แน่นอนว่า มีความลังเลเกิดขึ้นอยู่หนึ่งจังหวะ ก่อนที่ทุกคนจะทำตาม

แม้ส่วนตัวจะไม่ชอบพัก airbnb (ชั้นขอพัก Hilton เถอะนะ) แต่ก็ทึ่งกับนวัตกรรมทางธุรกิจของ airbnb เสมอ (G Dragon ก็เปิดบ้านให้เป็น airbnb เชี่ยยยยยยยย แผนการตลาดเชิงรุกของ airbnb ในหมู่แฟนเกิร์ลชัดๆ) และใน Ted Talk ครั้งนี้ Gebbia ก็นำเสนอให้เราเข้าใจถึงความกระอักกระอ่วนใจชั่วขณะที่เราต้องแชร์ personal space/thing กับคนแปลกหน้า

ก่อนที่ Gebbia จะใช้โมเม้นท์นั้น กล่าวขอบคุณเจ้าของบ้านพักทั่วโลก ที่ยอมเปิดบ้านพักให้คนแปลกหน้าเข้าพัก เพราะมันต้องใช้ความ trust ระดับหนึ่ง

ซึ่งความ trust นี้เป็นสิ่งที่ airbnb นำ design มาเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดความ trust ในระดับที่พอเหมาะจนเกิดโมเดลธุรกิจแบบนี้ขึ้น

 

read more: http://www.huffingtonpost.com/karthik-rajan/a-presentation-hack-from-_b_9267750.html

 

Advertisements

[จดหมายจากเขาวง] บนโลกที่ตรุษจีนเหมือนไม่มีอยู่

 

เขาวงเป็นอำเภอที่ชาวจีนมีอิทธิพลน้อยมาก และเอาเข้าจริง เราเติบโตมาโดยไม่รับรู้ความสำคัญของตรุษจีน

ไม่ใช่ว่าที่เขาวงไม่มีคนจีนเลย เรามีกลุ่มคนจีนที่ทำค้าขายอยู่ แน่นอนพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐี เวลาเราพูดถึง “เจ๊กนิล เจ๊กนูน” เรามักจะพูดถึงชื่อพวกเขาด้วยความตระหนักรู้ว่าเขารวย เขาเปิดร้านค้าที่เวลาเราอยากได้อะไร เราก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ไปเอา แต่นั่นแหละ เรารู้จักเจ๊กนิลและเจ๊กนูนแค่นั้น พวกเขามีอิทธิพลต่อชุมชนแค่นั้นจริงๆ

เด็กเขาวงอย่างฉัน โตมาในยุคทีวีขาวดำและต่อมาเปลี่ยนเป็นทีวีสี อยู่เขาวงได้จนถึงอายุ 15 ปี ฉันก็ย้ายไปเรียนในอำเภอเมือง ที่นี่เองที่ฉันได้เจอประสบการณ์ใหม่ เรื่องไม่คาดฝัน ในวันหนึ่ง เพื่อนร่วมชั้นกลุ่มหนึ่งลาหยุด พวกเธอบอกว่าพวกเธอหยุดไปไหว้เจ้า ไปทำอะไรในสักอย่างในวันตรุษจีน

ฉันช็อก ฉันรู้จักตรุษจีนจากข่าวในทีวี (ขาวดำที่ต่อมากลายเป็นสี) แต่ไม่เคยมีเด็กคนไหนที่ฉันรู้จักในเขาวงจะลาหยุดเพราะไป “ไหว้เจ้า” “ตรุษจีน” คิดออกไหมเด็กภูไทที่ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีคนรู้จักลาหยุดด้วยเทศกาลนี้ โลกของเธอย่อมไม่เห็นว่าเรื่องนี้คือเรื่องสำคัญ

เราจะหยุดกันก็ต่อเมื่อมีแข่ง “สาระพันยะ” ในวัด เราจะหยุดกันก็ต่อเมื่อมีใครสักคนทำบุญที่บ้านแล้วมีการจ้างคนมาลงเจ้าเข้าทรงแบบอีสาน เราจะหยุดกันเมื่อต้องไปเกี่ยวข้าวหรือขึ้นไร่ เพราะพ่อแม่ต้องการแรงงานช่วย

แต่เราไม่เคยหยุดกันเพราะมันคือตรุษจีน

ในตอนนั้นเอง ที่โลกของคนจีนเคลื่อนผ่านมาสู่ชีวิตฉัน และทำให้ฉันรู้ถึงความสำคัญของวัฒนธรรมทีแตกต่าง

ทุกวันนี้ เขาวงก็ยังเป็นโลกที่ตรุษจีนไม่มีความสำคัญต่อตลาดของเรา แม่ค้าในตลาดเขาวงไม่เคยลุกมาขายของไหว้ในช่วงเทศกาลนี้ มีเรื่องตลกเล็กๆ ที่ “เจ๊” ร้านอะไหล่ฟอร์ด ที่มาซื้อที่บ้านเราเพื่อทำค้าขาย เล่าให้ฟังก็คือ ตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่เขาวง ทุกวันไหว้ คนจีนรวยๆ ที่มีสมบัติเยอะกว่าชาวบ้านร้านตลาดอย่างเธอ ต้องลุกมาทำกับข้าวไหว้เองทุกอย่าง เป็นสิ่งที่เธอตระหนักว่า เงินซื้อได้หลายอย่าง แต่เงินซื้อของไหว้ที่เขาวงไม่ได้

เพราะเขาวงไม่ทำของไหว้ขาย ไม่ทำแม้กระทั่งขนม เจ๊ร้านอะไหล่ฟอร์ดยกไก่มาเยี่ยมบ้านเรา แล้วบอกว่า แม้กระทั่งขนมเธอก็ต้องตื่นมาทำเอง

ในฐานะลูกภูไทจากเขาวง ทุกครั้งที่ตรุษจีนเวียนมาถึง ฉันจะคิดถึงเรื่องอยู่สองอย่างจริงๆ

เรื่องตอนที่ฉันย้ายไปเรียนในเมืองแล้วพบว่าเพื่อนนักเรียนลาหยุดไปตรุษจีน
และเรื่องที่เจ๊ร้านอะไหล่ฟอร์ดพูดพลางหัวเราะขำขัน ว่าเธอต้องตื่นมาทำของไหว้เอง นั่นแหละ

[fangirl] ไขความลับจักรวาล (ติ่ง)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ถามคำถามคาใจมาเกือบทศวรรษกับน้องสาวคนหนึ่ง คำถามระดับอภิปรัชญาของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว

คนที่คุ้นเคยกันก่อนยุคเดบิวต์เข้าวงการติ่ง จะรู้ว่า ชั้นเกลียดทงบังชินกิ ฮ่าฮ่า
คือในปี 2006 (ปีเดียวกับรัฐประหาร แต่มันเกิดก่อนเดือนนั้น) น้องญาติในวัยคอซองเข้ามาเรียนติวเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยยุคนั้น มาพร้อมกับเพื่อนวัยคอซองอีกคน พอน้องเข้ามา น้าก็บอกให้ดูแลน้องให้ดีในฐานะพี่ จริงๆ ก็ไม่ได้ดูแลดีเลย แต่ประสาเด็กต่างจังหวัดน่ะ เพื่อนน้องอยากไปสยาม เราก็พาไป ยุคนั้นเป็นยุคเน็ตต่อทางสายเร้าท์เตอร์ที่ต่อเน็ตทีก็เสียค่าโทรสามบาทน่ะ จำได้ไหม เป็นยุคก่อนเคป๊อปจะเฟื่องฟูในไทย และอินเตอร์เน็ตจะโหลดได้อะไรได้ แต่สมัยนั้นมีวงเกาหลีวงหนึ่งเป็นกระแสเฟื่องฟูในหมู่ติ่งผู้มาก่อนกาล นั่นคือวงหัวฟูๆ ทำหัวแปลกๆ มีฐานแฟนคลับหนาแน่นในออนไลน์ (ออนไลน์แบบเน็ตกาก) ชื่อ ทงบังชินกิ DBSK TVXQ! Tohoshinki ห่าเอ้ย วงบ้าอะไรมีหลายชื่อจังวะ หัวมันก็ฟูแปลกๆ เอ้ย พูดแล้วเครียด

เราพาน้องเและเพื่อนน้องไปสยาม แล้วตอนนั้นจังหวะที่เดินผ่านร้านขายของที่ระลึกกิฟท์ช้อปโปสเตอร์ ตุ๊กตา พวงกุญแจดารา เพื่อนน้องก็หยุดกึก แล้วบอกว่า แวะร้านนี้หน่อย คือเราจะไม่แวะก็ไม่ได้ใช่ไหม ต้องดูแลน้องน่ะ เราก็เออๆ แวะก็ได้ สรุปว่า เพื่อนน้องเป็นติ่งทงบังฯ นางรัก U-Know มากกกกกก (ใครคือ U-Know วะ) แล้วนางก็พูดถึงทงบังชินกิ แล้วชั้นก็แบบงง งงว่าทำไมชั้นต้องมายืนฟังเรื่องทงบังชินกิ ทำไมชั้นต้องยืนอยู่หน้าร้านขายกิฟท์ช้อปเกาหลี มันดูไม่คูล ไม่ชิค ไม่เหมาะกับอาชีพที่ชั้นทำอยู่เลย ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ชั้นโคตรเกลียดอิคนชื่อ U-Know กับวงชื่อ ทงบังฯ มากเลย ที่มันทำให้ชั้นต้องพาเพื่อนน้องมาเดินสยาม และมาหยุดอยู่ร้านนี้นี่

แล้วปิดเทอมฤดูร้อนนั้นก็ผ่านไป เพื่อนน้องคนนั้นก็คงเข้าไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอะไรสักอย่างแหละ และอย่างที่รู้กัน (ใครรู้) ปลายปี 2007 ชั้นก็ได้บัตรฟรีไปดูคอนเสิร์ตครั้งที่สองของวงชื่อ ทงบังชินกิ! เออ…แล้วจากนั้นเรื่องที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์ เดบิวต์เป็นติ่งสิคับ จะเหลืออะไร นี่ขนาดเดบิวต์ช้า ยังเป็นติ่งมาก่อนกาลนะ ทันยุค SJ ครบ 13 นะคับ (จริงๆ มันมียุค 12 แล้วมา 13 ด้วย) แล้วที่เหลือก็อย่างที่รู้กันอ่ะเนอะ (ใครรู้วะ) ทงบังชินกิ คือศูนย์กลางของโลกของชั้น ใครจะไปหาเสาหลักด้วยการลงพอร์ตหุ้น เปิดสตาร์ตอัพ เรียนโท เรียนเอก ก็ทำไป อาชีพหลักของชั้นคือติ่ง ถวายตัวและลมหายใจให้ทงบังชินกิ มิกกี้ ยูชอน คือผู้ชายหน้าแป๊ะที่ดูดีที่สุดในจักรวาล เออ…ความรักทำให้คนตาบอดจริงด้วยว่ะ

ตลอดการเดบิวต์เป็นติ่งมาก็จะมีคำถามคาใจข้อหนึ่ง อยากรู้ว่าเพื่อนน้องคนนั้นยังเป็นติ่งทงบังฯ อยู่ไหม เพื่อนน้องจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จะมีแฟน แต่งงานไปหรือยัง หรือยังติ่ง U-Know อยู่เช่นเดิม และรัก U-Know มากกว่าผู้ชาย (ไอดอล) ทุกคนที่ผ่านมาในชีวิตไหม คือจำสายตาตอนนั้นที่เพื่อนน้องพูดถึง U-Know ได้ มันเต็มไปด้วยความรักความหลงใหล ก็เลยคาใจน่ะ คืออยากรู้ตามประสาติ่งด้วยกัน ฮ่าฮ่าฮ่า

เมื่อวาน ได้เจอน้อง เลยได้มีโอกาสถามเสียที

“น้องเอ เพื่อนน้องเอคนนั้น ที่เขาชอบ ยุนโฮ เขายังชอบยุนโฮอยู่ไหมตอนนี้” (ยุคนี้เราเลิกพูดถึงยุนโฮ ด้วยชื่อ U-Know กันแล้วฮ่ะ)

แล้วน้องก็ตอบกลับมาว่า “ช่วงวันเกิดอะไรอย่างนี้ก็ยังเห็นเขาโพสถึงยุนโฮอยู่นะ”

พระเจ้า คำถามคาใจมาตลอดชีวิต คำเฉลยของคำถามระดับอภิปรัชญาได้ถูกคลี่คลายแล้ว

ชั้นเป็นติ่งที่ตายตาหลับแล้ว!