เรื่องตื่นเต้นในงาน Startup Thailand 2017 #fangirl #version

ได้มีโอกาสไปงาน Startup Thailand 2017 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มา 3 วัน (ยังเหลืออีกวันสุดท้ายคือ วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2560)

หลายคนคงเขียนในมุมที่ตัวเองเจอไปแล้ว ใน #fangirl #version ก็อยากเขียนถึงบ้าง

กับเรื่องตื่นเต้นที่ได้เจอ

ไม่ๆ … ไม่ใช่การเจอคนหล่อๆ (แม้อันนั้นจะนับเข้ามาด้วยก็ได้ ><) หรือการได้มีโอกาสขึ้น Pitching (เพราะไม่ได้ทำสตาร์ทอัพกับเขา) แต่เป็นการเจอสิ่งนี้ สิ่งที่เคยอ่านผ่านตาในหนังสือ สิ่งที่ร่ำลือกันว่าหายากมากๆ … แพงกว่าทอง … หายากกว่าเพชร

 

มันคือ Aerogel (แอโรเจล)!!!

 

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ Stuffs Matter เขียนโดย Mark Miodownik แปลไทยโดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล (สำนักพิมพ์ Openworlds) ซึ่งเป็นเรื่องราวน่าทึ่งของสารพันวัตถุเปลี่ยนโลกต่างๆ เช่น เหล็กกล้า แก้ว พลาสติก เพชร และอื่นๆ จะพบว่า ในหนังสือพูดถึงวัสดุหนึ่งที่ชื่อ “แอโรเจล” ซึ่งเป็นวัสดุที่ลงรูปน้อยมากในหนังสือ เนื่องจากเป็นวัสดุที่สังเคราะห์ได้ยาก ราคาแพงกว่าทอง มันหายากมากๆ เพราะราคาแพงนี่เอง แต่คุณสมบัติโดดเด่นคือ มันเบามาก และกันความร้อนได้ดีมาก จึงถูกนาซ่า นำไปใช้เคลือบกระสวยอวกาศ หรืองานทดลองเกี่ยวกับอวกาศ เพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งอาจทำให้เรารู้เรื่องต่างๆ ของโลกและจักรวาลมากขึ้น

 

แอโรเจลเป็นโคตร rare item เลยก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อมันปรากฏตัวอยู่ในส่วน  Industiral Tech ของงาน Startup Thailand 2017 เราเลยตื่นเต้นมากกกกกก … เรียกว่า รีบเดินตรงดิ่งไปถามที่บูธเลย

 

“มันแพงไม่ใช่เหรอคะพี่ แล้วมันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”

 

ที่มาที่ไปของแอโรเจล ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ อ.ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ค้นพบวิธีการสังเคราะห์แอโรเจลขึ้นมา แล้วเผยแพร่งานวิจัย จนมีบริษัทเอกชนไทยสนใจ และได้รับสิทธิในการนำสูตรนี้ไปสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมต่อ

(แอโรเจลถูกค้นพบนานแล้ว แต่วิธีการสังเคราะห์หรือสกัดมีหลายแบบ ซึ่งไม่เปิดเผยกัน เรียกได้ว่า การหาสูตรในการสร้างแอโรเจลนั้นแล้วแต่ใครแล้วแต่มัน แต่เมื่อสร้างได้แล้ว จะมีคุณสมบัติเหมือนกัน หรือเรียกได้ว่า end product เหมือนกัน… งงไหม?)

 

บริษัทเอกชนไทยที่ได้รับสิทธินั้น ก็นำแอโรเจลมาพัฒนาต่อยอดเป็นสารเคลือบกันความร้อน และตัวดักจับของเสียในน้ำ เพราะแอโรเจลมีคุณสมบัติที่ไม่เคลือบน้ำเลย (ดูได้ในคลิป) เรียกได้ว่า หยดน้ำลงไป น้ำก็จะไหลออกเป็นก้อน ขณะเดียวกันคุณสมบัติกันความร้อน ยังสามารถใช้ในเสื้อผ้าหรืออุตสาหรกรรมแฟชั่นได้ แล้วแต่การพัฒนาต่อยอดไป

 

การที่เคยได้ยินเรื่องความมหัศจรรย์ของแอโรเจล แล้วมาได้เห็นของจริง แถมยังได้ลองจับ (ในคลิป) จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากระดับ  9.2 ริคเตอร์ของแฟนเกิร์ล แถมยังได้รู้ว่า คนไทยก็พบสูตรในการสร้างอีก ยิ่งน่าตื่นเต้นหัวใจพองโตไปใหญ่

คลิป Aerogel – https://youtu.be/v91tth5Vu2I

ยังไง ก็อย่าลืมดูคลิป แอโรเจล ที่ถ่ายมาให้ดู

และถ้าอ่านแล้วตื่นเต้นตาม อย่าลืมไปดูที่งาน Startup Thailand 2017 นะคะ

#เป็นโพสเกี่ยวกับงานที่อาจจะต่างจากชาวบ้านไปนิดนึง #แต่ตื่นเต้นจริงๆนะ

 

 

 

 

 ในขวดพลาสติก คือ แอโรเจล

 นำมาเคลือบวัสดุ หรือบำบัดน้ำเสียได้

ติดต่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตได้ตามอีเมลข้างบน (ไม่ได้รับเงินค่าพีอาร์มานะคะ)

ปิดท้ายด้วยภาพ นิตยสาร Startup Thailand และทีมงานที่กำลังถ่ายปกเล่ม 2 อยู่ 
 

2017 Challenge #1: Tiktok & “Koi” Dance Cover

พี่เต้นคัฟเวอร์เพลงประกอบซีรีส์ญี่ปุ่นนะ 😀 #ความอายไม่มี #เต้นไม่ดีก็ช่างมัน

 

 

 

Okay, new year has already passed, but some fun is still here. Yes, I challenge myself to cover this catchy song “Koi” from Japanese series; “We Married As A Job”.

Do you still remember the clip that US Embassy staffs in Japan danced for Xmas on last December? 
https://youtu.be/7xuXlpvWw1I )
It is the same song, but they danced way better than me though 🙂

[status] 31.12.2015 – BKK Problems

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แปลกมากที่รถไฟฟ้า/ใต้ดิน ไปไม่ถึงสถานีขนส่งใหญ่เช่น หมอชิต2 หรือสายใต้ใหม่ใหม่

คนกรุงเทพฯ แปลกกว่า ที่ทนอยู่กับการโดนกระทำแบบนี้ได้ (ชั้นก็ด้วย)

วิธีคิดของพวกไหนก็ไม่รู้ ที่เวลาสร้างอะไรพวกนี้มักจะขาดเกิน พร้อมเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ที่รถไฟฟ้า/ใต้ดินไม่ลงสถานีนี้เพราะมีมาเฟียคิวรถตู้/มอเตอร์ไซค์ หรืออื่นๆ คุมอีกที ไปกดดัน จนคนมีอำนาจเห็นหัวมากกว่าเรา

กรุงเทพฯ ควรอย่างยิ่งที่ต้องมีขนส่งมวลชนที่วางใจได้เรื่องเวลา ถึงทั่วทุกจุดหมายใหญ่สำคัญ สถานีขนส่งเป็นจุดหมายสำคัญ เพราะมันรองรับคนเรือนแสนหรือมากกว่าในช่วงเทศกาล

เช้านี้บอกแท็กซี่ว่าจะไปนครชัยแอร์ ตอน7โมงที่ท้องถนนดูโล่ง โดนปฏิเสธไป 5คัน เกือบถอดใจนั่งมอเตอร์ไซค์ คันที่6 ก็ตอบรับพอดี

แท็กซี่นิสัยไม่ดีก็เรื่องนึง เราลืมเรียกผ่าน GrabTaxi อีกทีก็เรื่องนึง ชีวิตคนจะไปสถานีขนส่ง (โอเคนครชัยแอร์ไม่ใช่ขนส่ง แต่มั่นใจว่าถ้าเรียกไปหมอชิต2นี่จะโดนปฏิเสธหนักแน่นกว่านี้) ไม่ควรถูกแขวนบนทางเลือกนี้ แท็กซี่ไม่ถือเป็นขนส่งมวลชนสาธารณะ (ในความเห็นของเรา) และรัฐบาลท้องถิ่นกรุงเทพฯ ไม่ควรต้องทิ้งเราให้รับมือกับสิ่งเหล่านี้อย่างเดียวดาย

แท็กซี่นั้นแพงกว่าขนส่งมวลชนเช่นรถไฟฟ้า/ใต้ดินแน่ ถ้าจะเรียกไปสถานีขนส่ง แต่ถ้าโดนแท็กซี่ปฏิเสธทุกคัน คนที่รีบต้องไปให้ทันรถทัวร์กลับบ้านช่วงเทศกาล มีทางเลือกอะไรเหลืออีกนอกจากมอเตอร์ไซค์ ซึ่งอัตราเหมาต่อรอบนั้นสูงกว่าแท็กซี่

ไม่อยากพูดซ้ำซากว่าอยู่ญี่ปุ่นไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ หาตั๋วกลับบ้านให้ได้ก็อีกเรื่อง หารถไปถึงสถานีขนส่งก็อีกเรื่อง ดูเป็นชีวิตที่รัฐไม่รับผิดชอบเลย ตอนอยู่ญี่ปุ่นช่วงปิดพีคๆ อย่าง golden week ต้น พ.ค. หรือช่วงซากุระบานที่เกียวโตก็ไม่เคยเจอ

ย้ำอีกรอบว่าเรื่องแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์เหี้ยก็อีกเรื่อง และเรื่องที่รัฐ(บาลท้องถิ่น)ควรจัดสรรบริการสาธารณะที่ทั่วถึงและได้ประสิทธิภาพก็อีกเรื่อง เราจัดลำดับปัญหาอันหลังเร่งด่วนกว่าอันแรก เพราะเราคิดว่านั่นคือสิ่งพื้นฐานที่รัฐควรมอบให้ ไม่ต่างกับไฟฟ้า น้ำประปา ไวไฟ

บ่นในวันสุดท้ายของปี เรื่องซ้ำซากที่ไม่คิดว่าต้องบ่น ปัญหาเดิมๆ ที่ทำให้ไม่อยากอยู่ กทม. แต่ก็อยากเหลือความหวังไว้บ้าง ขนาดญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ยังดีลกันได้เรื่องคอมฟอร์ทวูแมน ที่ก็เซอร์ไพร้สคนรุ่นใหม่ทั้งสองประเทศมาก เราก็ยังคิดว่าเราน่าจะช่วยกันส่งเสียงกดดัน/ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีกันได้บ้าง

จะไม่บ่นเรื่องไฟ LED ของหม่อม คิดว่าเป็นคนละงบ/เรื่อง แต่จะบ่นว่าหม่อมไม่รับผิดชอบ ไม่proactive ในการจะทำให้ชีวิตคน กทม. ดีขึ้นจริงๆ

Memory We Kept

I still remember first day I arrived Los Angeles and was lost. I met a neat, kind, and fashionable 50 something lady who told me when situation was solved that “We’ve learnt some new things everyday.” Ever since, that word has been embedded to my memory. Yes, there was a time I forgot it too, but then something would happen right after that to remind that Lost In LA. day.

11 years later, I still remember her smile and her word.

Gabriel García Márquez, one of the greatest writers in our era, once wrote;
“What matters in life is not what happens to you but what you remember and how you remember it.”

There are many forms that we can keep people in our lives to forever be with us.

Memorizing, to me, are one of those forms.

Elon Musk กับรถไฟฟ้า Tesla S ที่เขาเชื่อว่าจะเปลี่ยนโลกให้สะอาดขึ้น

g9600_elonB.indd

เอลอน มัสก์ (Elon Musk) คือผู้ชายที่คุณอาจไม่รู้สึกคุ้นเคย แต่จริงๆ แล้ว หลายคนอาจคุ้นเคยกับบริการด้านการเงิน paypal ที่เขาร่วมคิดค้นขึ้น (co-founder) มานานแล้ว

แน่นอนว่า ปก Time 100 Influential People in the world นั้น ปกของ เจนนิเฟอร์ ลอเรนซ์ หรือ มาลาลา ยูซาฟไซ นั้น เป็นที่พูดถึงมากกว่า แต่เนื่องจากเรากำลังจะพูดถึงผู้ชายที่เชื่อมั่นในพลังแห่งแสงอาทิตย์ คนที่ไม่ใช่ Iron Man แต่กำลังคิดกอบกู้โลกด้วยพลังงานที่เขาชื่อว่าสะอาดและยั่งยืน ดังนั้นเราจะโฟกัสไปที่ใครไม่ได้ นอกจาก เอลอน มัสก์ ชายผู้เป็นต้นคิดรถไฟฟ้า Tesla S และโปรเจ็กต์สำรวจอวกาศอย่าง SpaceX

เอาล่ะ เพื่อลดทอนความเบื่อของคุณ (ที่กำลังหาวหวอดอยู่) และเพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับชายในรูป เราจะลองเพิ่มข้อมูลอีกนิดว่า เขาคนนี้แหละ คือต้นแบบของเศรษฐีหนุ่ม Iron Man ใช่แล้ว ผู้กำกับหนังสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครในหนังโดยอิงพื้นฐานจาก เอลอน มัสก์ คนนี้

เนื่องจากเดือน พ.ค. 2556 ที่ผ่านมา เว็บ http://money.cnn.com/2013/05/13/autos/tesla-sales-bmw-mercedes-audi/index.html  ได้รายงานว่า ยอดขายของรถไฟฟ้า Tesla S เอาชนะยอดของ เบนซ์ S Class, BMW Series 7, และ Audi R8 (ที่ไอดอลเกาหลีหลายคนก็เคยใช้ อาทิ ปาร์คยูชอน และชเวซีวอน) ไปได้อย่างขาดลอย ทั้งที่รถ Tesla นั้นเป็นรถไฟฟ้า ต้องชาร์จไฟ และมีราคาถึง 70,000 ดอลล่าร์สหรัฐ!

รถไฟฟ้าจะมาแทนที่รถใช้น้ำมัน หรือใช้แก๊สได้อย่างไรน่ะเหรอ? เอลอน เคยให้สัมภาษณ์อย่างน่าสนใจใน Ted.com (https://tiktokthailand.wordpress.com/2013/03/27/one-ted-27-03-2013/) ไว้ว่า รูปแบบการใช้งานของรถไฟฟ้า Tesla คือ   ลูกค้าซื้อรถไฟฟ้าไป แน่นอนว่าพวกเขาชาร์จแบตที่บ้านได้ แต่ตอนนี้ทาง Tesla กำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า Super charge ซึ่งทำให้ชาร์จได้เร็ว 4-5 เท่า และฐานของการชาร์จนี้ก็กำลังกระจายไปเรื่อยๆ ที่แน่ๆ จะมีฐานการชาร์จระหว่างการขับจากแคลิฟอร์เนียไปนิวยอร์ก โดยพวกเขากะประมาณว่า ให้คนขับ 170 ไมล์ (2-3 ชม.) แล้วแวะพักชาร์จ (พลางกินข้าว กินขนม พักผ่อน เข้าห้องน้ำ) 20-30 นาที ด้วยการทำอย่างนี้ จะขับไปถึงได้โดยที่คนขับก็ยังรู้สึกว่าขับตามธรรมชาติปกติ (ปกติของคนเรา คือขับได้ 2-3 ชม. ควรพักบิดขี้เกียจอยู่แล้ว)   ที่สำคัญสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าของ Tesla คือ เมื่อซื้อรถไปแล้ว ชาร์จฟรีตลอดไป ตลอดไปที่หมายถึงตลอดชีวิต

ตอนนี้รถไฟฟ้าที่ถือเป็นพลังงานทางเลือกยังราคาแพงอยู่ ในส่วนของ Tesla นั้นตั้งเป้าจะทำราคาลดให้เหลือ 30,000 ดอลล่าร์สหรัฐ … หวังใจว่าจะมีวันนั้น แต่ที่แน่ๆ ถ้าเมืองไทยไม่มีระบบชาร์จรองรับ คงยากที่เราจะซื้อมาขับในไทยได้

วิธีแสดงออกถึงความรัก

บ้าน เราไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นบ้าน “นักกิน” นัก ตั้งแต่ไหนแต่ไรเราก็ไม่เคยอยากขับรถไปไกลๆ เพื่อหาอะไรอร่อยๆ กิน เราสามารถกินร้านข้างบ้านได้ชั่วนาตาปี เราไม่ใช่บ้านที่จะตอบใครได้ว่า แถวกาฬสินธุ์อะไรอร่อย

แต่เวลาเราไปไหน เรามักแสดงความห่วงใยต่อกันด้วยของกิน พี่โต้งที่ดูจะไม่สนใจคนในบ้านมากที่สุด (วันๆ หมกอยู่แต่กับไอดอลญี่ปุ่น) ก็ยังแวะซื้อของกินที่ตลาดมาฝากคนในบ้านเสมอ พี่โต้งไม่เคยหรอก จะพูดว่ารักแม่รักพ่อ แต่พี่โต้งจะโยนถุงต้มยำ ถุงของหวาน หรือถุงใส่โดนัทไว้บนโต๊ะอาหารนั่นแหละ … นั่นคือจดหมายรักของพี่โต้งแล้วมั้ง

ส่วนครูวิ เวลานางแว่บออกจากโรงเรียนได้ นางจะไปซื้อกาแฟ ซื้อชาเย็นดอยไทยมาติดบ้านไว้เสมอ เป็นที่รู้กันว่า ถ้าเราผ่านร้านดอยไทย เรามักจะต้องซื้อให้คนที่บ้านตลอด ไม่ต้องโทรถาม เพราะจะมีคนกินเสมอ แล้วกาแฟดอยไทยมันถูกใจกว่าซื้อของขวัญแปลกประหลาดให้เสียอีก

ประโยคติดปากพวกเราเวลาสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ก็คือ จะเอาอะไรจากตลาดไหม? ซึ่งหมายถึง จะกินอะไรนั่นแหละ

จบ.

[Books and some Magazines] 18.MAY.2013

หนังสือ + นิตยสารบางส่วนที่เพิ่งได้รับมา (เขาส่งให้บ้าง ซื้อหามาเองบ้าง)

Women’s Health ฉบับพฤษภาคม 2556 ไม่ค่อยชอบปก แต่เลย์เอาท์ข้างในสวยดี มีบทสัมภาษณ์ผู้หญิงเก่งหลายคน ชอบภาพในคอลัมน์อาหาร ทำไมพอชั้นออกมาแล้วภาพคอลัมน์นี้มันสวยขึ้นเรื่อยๆ … พี่ช่างภาพแกล้งชั้นเรอะะะะะะะะะ XD

GM ฉบับพฤษภาคม 2556 ซื้อเล่มนี้เพราะคอลัม์ Roaming มีเรื่องนิวยอร์กและโอบามา ของ ธาดา ราชกิจ

ครัวสีแดง โดย อุรุดา โควินท์ : อ่านจบแล้ว สนุกมากกกกกกกกกก ชอบภาษาและลีลาการเขียนของเธอ

ผู้ชายในฝัน โดย อุรุดา โควินท์ : แซบพาเพลิน อ่านแล้วอยากเขียน “ผู้ชายในฝัน เวอร์ชั่นแฟนเกิร์ล” ดูบ้าง (ได้แต่ฝัน ตัวขี้เกียจยังทำงานเต็มสตรีมอยู่)

บ้านเกิด ครัวของเรา กับร้านในสวนลิ้นจี่ โดย อุรุดา โควินท์ : เพิ่งได้มาเมื่อวาน ยังไม่ได้อ่าน แต่กำลังจะไปเชียงราย ว่าจะไปร้านนี้ ถ้ายังเปิดอยู่

หลง โดย ผมอยู่ข้างหลังคุณ : จบแล้ว เป็นหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นในช่วง 4 ปีนี้ที่ชอบที่สุด

คองเซียร์จมือโปร ไฮโซสุดแสบ โดย ไมเคิล ฟาซิโอ และ ไมเคิล มาลิซ : สนุกดี ชอบเรื่อง really chic ทำนองนี้อยู่แล้ว เมืองไทยไม่ค่อยมีเนอะ หรือมีก็ไม่ค่อยสนุกเท่า

ปกรณัมปรัมปรา โดย เอดิธ แฮมิลตัน : ยังไม่ได้อ่าน แต่เห็นว่ากันว่า เป็นตำราที่นิสิตอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ต้องโดนบังคับอ่านกันถ้วนหน้า … ว่าจะหาอินสไปเรชั่นมาเขียนฟิกนายแพทย์ยศวิน กับ ม.ร.ว.นายแพทย์พุฒิภัทร ดีกว่า XD

จดหมายจากเกียวโต โดย ฮิมิโตะ ณ เกียวโต : เชื่อไหมว่าไม่เคยอ่านเล่มนี้ ได้มาเมื่อวาน สนุกมากกก วางไม่ลง

จดหมายจากสันคะยอม โดย ฮิมิโตะ ณ เกียวโต : พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2546 ปีนี้คือปี 2556 อยากเห็น จดหมายจากเขาวง กันบ้างไหม…ประเทศไทยเปลี่ยนไปเยอะอยู่นะ

รูปภาพ

The ME ME ME Generation : New cover of TIME

Update: May 19th, 2013 : This is the link for someone who would like to read the whole article:

 

 

Woo! Kinda love this cover of TIME

The ME ME ME Generation

Millennials are lazy, entitled narcissists who still live with their parents.

Why they’ll save us all?

Best part? The author of this cover is legendarily epic man – Joel Stein! My fav writer of all time!

รูปภาพ

Don’t you just adore it?

Read some parts of the story here – http://nation.time.com/2013/05/09/millennials-the-next-greatest-generation/

วิธีแก้เบื้องต้นเมื่อ printer รุ่น Canon Pixma MX437 เกิดการ paper jam

ขอเขียนบล็อกอย่างรวดเร็ว กันลืมค่ะ (เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะมาพร้อมกับภาพและวิดีโอประกอบค่ะ)

พอดีที่บ้านใช้เครื่องพรินเตอร์ Canon Pixma MX437 แล้วเกิด paper jam ขึ้น

กระดาษเข้าไปไม่สุด ยังเห็นตัวกระดาษบางส่วนอยู่ แต่พยายามดึงแล้วก็ดึงไม่ออก

วิธีแก้เบื้องต้นที่ลองทำแล้วเวิร์กคือ

1)ปิดเครื่องพรินเตอร์ ถอดปลั๊กไฟให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย

2)กลับหัวกลับหางพรินเตอร์ (หรือ “คว่ำ” นั่นเอง) แต่ต้องระวังตรงฝาเปิดใหญ่ (ที่ใช้สแกน) จะเปิดโป๊ก เดี๋ยวมันกระแทกพื้นแล้วจะเสียหายหลายแสนได้

3)พอคว่ำพรินเตอร์เสร็จ ให้มองหา “เทปกาวสีแสด (หรือส้ม)” ที่อยู่ส่วนกลางของด้านล่างพรินเตอร์ (ที่ตอนนี้เราหงายขึ้นแล้ว) ให้ดึงออกเลย จริงๆ มันคือส่วนที่ต้องดึงออกตั้งแต่ติดตั้งเครื่อง แต่คนไม่ค่อยรู้กัน

4)จากนั้นเรามาถูกทางแล้ว ให้ลองควานมือ ขยึกขยัก พยายามหาจุดที่ทำให้เราเปิดฝาด้านล่างนี้ให้ได้ มันจะมีอยู่จุดหนึ่ง ที่พอเราเปิดได้แล้ว เราจะเจอกระดาษที่ jam อยู่ ก็ค่อยๆ ดึงออกมาเลยค่ะ

เราทำเมื่อกี้นี้เอง เวิร์ก เรียบร้อย ตอนนี้พรินต์งานได้สบายหายห่วง ^^

It is possible to do small good things.

April is always special for me because it is my birthday month.

I will usually turn “a little bit younger” every year in this April. ^^

This year, I have moved back to my hometown, Kalasin, in the northern east of Thailand.

I found many amazing kids around here, they have talents, lovely, and hardworking.

But they need to improve a little bit about English speaking and writing skills.

Therefore I started a six-day English tutorial class in my hometown. It happened yesterday as the first day.

Four kids have joined this, and we still got five days left to learn new skills and have fun with English.

My plan is … first three days will go for writing practice, in a fun way, they will create “some interview articles”, just like in the magazine.

Last three days will go for speaking practice. The kids have to interview their friends and people in community about “Happiness”, and they will record it, edit, and then publish in youtube!

It’s kind of fun.

I will update more when we finish these whole classes. ^^